มีนาคม 26, 2020 By Jesse Morrison Off

Hifu กี่วันเห็นผล และ 8 เรื่องที่คุณต้องรู้

เมื่อพูดถึงการยกกระชับผิวหน้าและส่วนต่าง ๆ ที่หย่อนคล้อย ให้กระชับ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ  แบบปลอดภัยไม่ต้องใช้เข็มหรือการผ่าตัดเข้ามาช่วยแล้ว วิธีหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการใช้เทคนิคพิเศษด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์แบบเดียวกับการตรวจครรภ์ ซึ่งเรียกกันว่าการทำ Hifu นั่นเอง แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงเราจึงนำข้อมูลดีๆ มาให้คุณได้ศึกษาก่อนตัดสินใจที่จะทำ Hifu เพื่อจะได้พิจารณาก่อนตัดสินใจทำ และไม่เป็นการเสียเงินไปอย่างเปล่าประโยชน์นั่นเอง โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับการทำ Hifu กี่วันเห็นผล พร้อมทั้ง 8 เรื่องที่คุณต้องรู้ดังนี้

Hifu กี่วันเห็นผล เจ็บไหมและอยู่ได้กี่เดือน

อาจจะมีข้อสงสัยของผู้ที่รับบริการว่าการทำ Hifu กี่วันเห็นผล ต้องทำถึงกี่ช็อต จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของคนไข้แต่ละคนด้วย ว่ามีสภาพผิวเป็นลักษณะเช่นไร ถ้าหากประเมินแล้วต้องแก้ไขมากน้อยแค่ไหนก็ต้องปรึกษากับแพทย์ก่อนที่จะทำการแก้ไข จะได้แก้ได้ถูกต้องตรงจุด สำหรับจำนวนช็อตในการใช้เฉพาะใบหน้าใช้เครื่อง ulthera จำนวน 300 ช็อต ราคาอยู่ที่ 40,000 บาท หากจำนวน Shot มากขึ้นราคาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยการทำ Hifu ที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีความเจ็บ แบบปวดตึง ๆ ขณะยิงด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์เข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง และที่สำคัญเมื่อทำแล้วจะเห็นผลภายใน 60-90 วัน และคงสภาพของของการยกกระชับได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปีเลยทีเดียว

8 เรื่องที่ต้องรู้ เกี่ยวกับการทำ hifu

ได้รู้กันแล้วว่าหลังจากทำ hifu จะเห็นผลในกี่วัน ทีนี้เรามาดู 8 เรื่องที่ต้องรู้กับการทำ hifu กันบ้างดีกว่า

1.Hifu คืออะไร

Hifu คือ การนำเทคโนโลยีใหม่ ที่ช่วยในด้านการลดเลือนริ้วรอย  ยกกระชับให้กับผิวหน้าและส่วนต่างๆ ของร่างกายที่หย่อนยาน ให้กระชับเข้ารูป ด้วยการใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ ที่จะช่วยให้ผิวหนังเกิดการหดตัวและกระชับได้ทันที ส่งผลให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัด  นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อผิวหนังชั้นนอกอีกด้วย ทั้งยังมีความปลอดภัยต่อสายตา ถึงแม้ว่าจะทำการยกกระชับบริเวณรอบดวงตา และถุงใต้ตาก็ตาม

2.จะเกิดผลเสียไหม หากทำตอนอายุไม่ถึง 25 ปี

โดยปกติ ผิวหน้าของทุกคน เมื่อมีอายุเกิน 20 ปีไปแล้ว จะเริ่มหย่อนคล้อย เนื่องจากอีลาสติน มีความยืดหยุ่นไม่เพียงพอ จนทำให้ มีร่องแก้ม และรอยย่นรอบดวงตาเกิดขึ้นได้ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอีลาสตินด้วยวิธีที่ถูกต้องก็จะทำให้อีลาสตินยืดออกไปเรื่อย ๆ  จนเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย ร่องมุมปากกำลังมาเยือน ร่องแก้มก็ลึกมากขึ้นทุกวัน การดูแลผิวหน้าให้กระชับอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องเริ่มทำตั้งแต่อายุน้อยๆ ประมาณ 20 กว่าปี ก็เริ่มทำได้แล้ว จะสามารถปกป้องไม่ให้เกิดริ้วรอยที่เป็นสาเหตุทำให้ดูแก่ก่อนวัย โดยการทำ Hifu จะช่วยยกกระชับ ลดริ้วรอยก่อนวัย และแก้ปัญหาสิวใบหน้าหมองคล้ำได้อย่างดีเยี่ยม

3.ควรเลือกทำ Hifu ที่คลีนิคไหนดี

การเลือกทำให้ระวังการโฆษณา Hifu ที่เกินจริงของคลินิกต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่ว่า Hifu กี่วันเห็นผล หากคลินิคแห่งไหนโฆษณาว่าเห็นผลทันทีใน 1 วัน ไม่ควรเชื่อเด็ดขาด เพราะการทำ hifu จะต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะเห็นผลที่น่าพอใจ โดยการที่คุณจะตัดสินใจเลือกคลินิกไหนสักแห่งหนึ่ง เพื่อเข้าไปรับบริการ Hifu ยกกระชับผิวหน้านี้ อย่ามองเพียง คำแนะนำของพนักงาน ที่พูดจาโน้มน้าวพูดเชิญชวน และหยิบยกมาพูดในสิ่งที่ฟังดูแล้วเหมือนจะเกินความจริง ควรจะศึกษาโครงสร้างของผิวหน้าตนเอง และรายละเอียดการทำ Hifu ของแต่ละเทคนิคให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อจะได้ แก้ปัญหาตรงจุด และได้รับประโยชน์มากที่สุด อีกทั้งยังช่วยเป็นการประหยัดเงินได้อีกด้วย โดยมีสิ่งที่ควรพิจารณาตามลำดับความสำคัญดังนี้

  • ยี่ห้อของเครื่องที่ทำ Hifu เป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งการทำไมโครจะได้ผลเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพ ของเครื่องที่ทำ เป็นส่วนสำคัญ นอกจากนี้แต่ละคลีนิคก็อาจจะมีเครื่องที่คุณภาพแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับคลื่นพลังงานที่สม่ำเสมอ จะทำให้การทำ Hifu กี่วันเห็นผลได้ดี กว่าเครื่องเกรดต่ำที่ให้พลังงานไม่คงที่ และใช้เวลาในการยิงนาน ส่งผลให้อาจเกิดความเจ็บ ผิวมากขึ้นก็ได้
  • ดูที่ราคาของการทำ Hifu แต่ละคลินิกที่ได้กำหนดราคาแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเกรดของเครื่องที่ทำด้วย ส่วนใหญ่ที่เครื่องคุณภาพดี ก็ย่อมจะ มีต้นทุนหัวยิงที่สูงไปด้วย แต่ก็จะทำได้ผลดีกว่าด้วย
  • แพทย์ผู้ให้บริการ มีผลต่อการทำยกกระชับ ผิวหน้า ถึงแม้ว่าจะมีเทคนิคพิเศษช่วยในจุดที่ละเอียดอ่อน เช่น ถุงใต้ตา แก้หนังตาตก หรือยกมุมปาก ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่ได้ซับซ้อนยุ่งยากเท่ากับการทำยกกระชับวิธีอื่น หากได้ทำกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจะทำให้ผลลัพท์ออกมาดีมากขึ้น
  • ดูแลหลังการรักษาก็มีส่วนสำคัญ ไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ผิดหวังจากการทำ Hifu มักจะเกิดจากการคาดหวังไว้เกินความเป็นจริงจากการที่ได้ยินคำโฆษณา ซึ่งเมื่อแพทย์ได้ทำแล้ว ผลลัพธ์ไม่เป็นที่พอใจเท่าที่ควร เนื่องจากก่อนทำไม่ได้รับการคำปรึกษาจากคุณหมอเป็นการส่วนตัว จึงทำให้มีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ และเมื่อทำแล้วก็จึง ไม่ได้ดั่งใจหวัง

4.Hifu ทั่วทั้งตัวได้ผลทุกส่วนจริงหรือไม่

การทำHifu ในจุดที่เราต้องการสามารถยิงได้ และแก้ปัญหาผิวให้กระชับขึ้นได้ แต่การใช้หัวยิงก็จะเปลี่ยนไปตามระดับความลึกของผิว ส่วนที่ยิงแล้ว เห็นได้ชัดเจนก็จะเป็นที่ใบหน้าโดยเฉพาะมุมปาก หน้าผาก รวมถึงกรอบหน้าทั้งหมด และบริเวณต้นแขนต้นขา หน้าท้องด้วย ส่วนจะทำ Hifu กี่วันเห็นผล ก็อาจจะช้าเร็วต่างกันไปในแต่ละส่วน

5.Ulthera และ Macro Focus  Hifu บุฟเฟ่ต์ที่ราคาถูกมากๆ ควรเลือกทำที่ไหนดี

Ulthera กับ Hifu แตกต่างกันอย่างไร  Ulthera เป็นเครื่อง Original ซึ่ง มีพลังงานสูงกว่า Hifu Macro Focus  2 เท่า ซึ่งเมื่อทำจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานกว่า 2 เท่าเช่นกัน ส่วนความเจ็บปวดก็จะมีมากตามคุณภาพของคลื่นเสียง กล่าวคือหากมีคลื่นเสียงคุณภาพสูงก็ย่อมเจ็บมากเป็นธรรมดา แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณภาพกว่าเครื่องที่มีพลังงานต่ำ

6.สรุปข้อดี ผลข้างเคียงของการทำ Hifu Macro Focus

เป็นการยกกระชับผิวหน้าสำหรับคนที่มีรอยร่องใต้ตา ร่องแก้มไม่ลึกมาก และไม่อยากจะฉีดฟิลเลอร์ก็สามารถทำ Hifu Macro Focus ได้ สอบถามราคาก็ไม่ได้แพงมาก สามารถทำได้บ่อยครั้ง ไม่ส่งผลเสีย หรือรู้สึกแสบผิวแต่ประการใด ส่วนในกรณีที่มีความรู้สึกเจ็บก็สามารถใช้ยาชาทาก่อนได้ เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดลง ทั้งนี้ก็จะไม่มีบาดแผลใดๆ และไม่ต้องพักฟื้น ถึงแม้ว่าจะมีรอยแดงอยู่บ้างแต่ก็จะหาย ไปได้เองภายใน 1-2

7.หัตถการที่ไม่สามารถทำร่วมกับ Hifu มีอะไรบ้าง

การ ทำ Hifu เพื่อยกกระชับผิวหน้า สามารถทำอย่างเดียว หรือร่วมกับการทำควบคู่กับวิธีอื่น เช่น ฉีดโบท็อกซ์ ร้อยไหมฟิลเลอร์ เมโสแฟต ก็จะส่งผลให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีมากกว่าเดิม ทั้งนี้หลายคนอาจจะมีคำถามว่าร้อยไหมแล้วทำ Hifu ได้ไหม ขอตอบว่าสามารถทำได้ แต่ต้องให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินและเรียงลำดับได้ว่าจะทำสิ่งไหนก่อน

8.ก่อนและหลังทำ ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

ก่อนไปทำ Hifu ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

  • สิ่งแรก คือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
  • ดูแลตัวเองโดยการเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็จะช่วยให้มีการสร้างคอลลาเจนให้เซลล์ใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

หลังทำ Hifu ห้ามทำอะไรบ้าง

  • หลีกเลี่ยงการออกตากแดดกลางแจ้ง 14 วัน เพื่อให้ฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวได้ดี
  • หลีกเลี่ยงการถู หรือนวดใบหน้าแรงๆ
  • การทาครีมบำรุงสามารถทาได้ตามปกติ ส่วนครีมกันแดดให้ทาชนิดที่มีค่า SPF สูง มากกว่าเดิม เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการทำ hifu ได้
  • ถ้ามีอาการปวดเมื่อย รู้สึกตึง บริเวณผิว สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้

ได้ทราบกันแล้วว่าทำ Hifu กี่วันเห็นผล และมีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องรู้ ทีนี้ใครที่อยากจะทำ hifu ก็ลองพิจารณากันดู แต่รับรองเลยว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นโดนใจแน่นอน