มีนาคม 25, 2020 By Jesse Morrison Off

hifu กับ rf อีกหนึ่งแนวทางทำสวยที่น่าสนใจ

ในปัจจุบันนี้ถ้าพูดถึงเรื่องการทำหัตถการ ยกระดับความสวยความสดใสของใบหน้า และร่างกายต่างๆ นั้น มีได้หลายประเภททีเดียวค่ะ เช่น ในเรื่องของการยกกระชับนั้น ก็มีทั้งการฉีด BOTOX, การทำ Hifu, การร้อยไหมและอื่นๆ อีกมากมาย เรียกว่าเยอะแยะไปหมด จนไม่รู้ว่าจะเลือกทำตัวไหนดี เพราะในหลายๆ ตัวนั้น ก็ให้ผลลัพธ์และมีสรรพคุณที่คล้ายคลึงกัน ทำให้คุณผู้อ่านที่อยากจะยกระดับกระชับผิวหน้าของตัวเอง เกิดความสับสนไปหมด

สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้รู้ทำความรู้จักกับ การทำหัตถการ 2 ตัวก่อนค่ะ ค่อยๆ เรียนรู้ไป จะได้มีความเข้าใจว่าการทำหัตถการในแต่ละแบบนั้น มีข้อดี-ข้อด้อย อย่างไร มีวิธีการทำอย่างไร เพื่อที่ว่าจะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณา พร้อมทั้งเลือกแนวทางพัฒนาการ ที่เหมาะกับความต้องการของคุณผู้อ่านในแต่ละคนมากที่สุด และในปัจจุบันนี้นั้น ก็ต้องขอบอกเลยนะคะว่าการทำ Hifu กับ RF นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงค่ะ

มาทำความรู้จักกับ Hifu

เมื่อพูดถึงการทำ Hifu นั้น คุณผู้อ่านหลายๆ คน ก็อาจจะเคยได้ยินชื่อกันมาอยู่บ้าง แต่บางคนก็อาจจะไม่เคยได้ยินเลยเพราะไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสาร ในวงการความสวยความงามสักเท่าไหร่นัก ซึ่งต้องขอบอกก่อนเลยค่ะว่า การทำ Hifu นี้เป็นการทำหัตถการ ที่ใช้เทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่ทำให้เกิดบาดแผลภายนอก ไม่ทำให้คุณผู้อ่าน เกิดอาการบาดเจ็บทางผิวหนังมากเท่าไหร่นัก ซึ่งการทำ Hifu นี้ จัดเป็นการนำนวัตกรรมเดิมที่มีอยู่แล้ว ในเรื่องของแสงอัลตราซาวด์ มาปรับแต่งให้เหมาะสมกับการยกกระชับผิวหน้ามากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งคิดค้นเครื่องมือที่ช่วยทำให้ การทำ Hifu นี้ มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ซึ่งเครื่องมือ Hifu นี้

สำหรับคลินิกที่มีมาตรฐาน ก็จะนำเข้าเครื่องมือที่มาจากประเทศเกาหลีใต้เป็นหลัก เพราะว่าการทำ Hifu นี้ ถือกำเนิด ณ ประเทศเกาหลีใต้ ดินแดนแห่งศัลยกรรม ซึ่งช่วยในเรื่องของความสวยความงาม มานักต่อนักแล้ว เราขออธิบายให้คุณผู้อ่านได้ทำความเข้าใจได้ง่ายที่สุดดีกว่าค่ะ โดยไขมันเมื่อโดนความร้อนแล้ว ก็จะเกิดการหดตัวลง ฉะนั้นไขมันบนใบหน้าของเราก็เช่นเดียวกันค่ะ

การทำ Hifu จะเป็นการใช้คลื่นแสงยิงเข้าไปในบริเวณผิวที่คุณต้องการให้เกิดการยกกระชับขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นคอลลาเจน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นทำเสร็จแล้วสามารถออกไปใช้ชีวิตตามปกติต่างๆ ไปทำงาน, ไปถ่ายงาน, ไปเรียน หรือไปใช้ชีวิตต่างๆ ทำให้ได้รับความนิยมมากเนื่องจากว่าไม่ต้องเสียเวลาในการพักฟื้นอยู่ที่บ้านเป็นเวลาหลายวัน อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่มีอายุน้อยเริ่มต้น 25 ปี ขึ้นไปมีเหนียง มีไขมันสะสมบริเวณคาง บริเวณกรอบหน้าก็จะทำให้เวลาถ่ายรูป หรือหรือถ่ายงานต่างๆ นั้น หน้าไม่เป็นโครงเห็นชัดเจน ทำให้ถ่ายออกมาแล้วไม่สวยงามเท่าที่ควร ก็จะทำให้ผู้เข้ารับบริการที่มีอายุน้อยเข้ามาใช้บริการอย่างล้นหลามนั่นเองค่ะ

อีกทั้งยังเห็นผลได้ระยะนาน เต็มที่ 6 เดือน- 1 ปีขึ้นไป ซึ่งปัจจัยในการที่จะทำให้ Hifu คงทนบนใบหน้าของคุณยาวนานมากเท่าไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาการใช้ชีวิต รวมทั้งการปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด ตามที่แพทย์สั่งหรือไม่นั้นเอง

RF อีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยในการยกกระชับผิว

สำหรับ RF ก็เป็นการทำหัตถการอีกประเภทหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการทำ Hifu เลยค่ะ hifu กับ rf เป็นการทำหัตถการ โดยมีจุดมุ่งหมายที่ช่วยในการยกกระชับผิวนั่นเอง สำหรับคำว่า RF มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า Radio Frequency เป็นการทำหัตถการในปัจจุบันที่มีความทันสมัย ช่วยยกกระชับผิวหน้าของผู้เข้ารับบริการได้อย่างดี และไม่เจ็บ มีความปลอดภัยในระดับสูง ผลข้างเคียงต่ำมาก ทำให้ผิวหน้าของคุณนั้นค่อยๆ ฟื้นฟู และมีความอ่อนเยาว์มากขึ้น ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดทำศัลยกรรม จนต้องเปิดแผลขนาดใหญ่เลยค่ะ

Hifu คือคลื่นแสง แต่ RF คือ คลื่นไฟฟ้า ซึ่งเครื่องมือการทำ RF นั้นจะมีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าแบบคลื่นวิทยุในระดับที่ 3 เข้าสู่ผิวหน้าของคุณอย่างต่อเนื่อง ช่วงความถี่ 0.3 – 0.5 MHz ขนาดของคลื่นไฟฟ้าเท่านี้มีความปลอดภัยต่อผู้เข้ารับบริการ 100% ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนไฟฟ้าช๊อตหรือทำให้ผิวหน้าเกิดอาการไหม้นะคะ เพราะว่าการทำหัตถการนี้ ได้รับการคิดค้นมาเป็นอย่างดีแล้ว จนกระทั่งได้รับความนิยมในผู้ใช้งานชาวไทย และทุกคลินิกก็จะต้องมี RF ไว้คอยให้บริการลูกค้าด้วยค่ะ ซึ่งการปล่อยคลื่นไฟฟ้านี้ จะกระทำไปพร้อมกับการนวดหน้าอย่างแผ่วเบา และอ่อนโยนช่วยกระตุ้นเซลล์ผิว กระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นระบบโลหิต และระบบน้ำเหลืองให้ไหลเวียนดี ทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งเป็นประกาย ราวกับย้อนกลับไปวัยช่วง 20 ต้นๆ อีกครั้ง

hifu กับ rf  คืออีกหนึ่งความน่าสนใจในการสร้างความสวย

hifu กับ rf  สามารถทำได้ทั้งผิวหนังบริเวณใบหน้า และผิวหนังบริเวณร่างกายได้เช่นเดียวกันค่ะ สำหรับการทำ Hifu นั้นเป็นการยิงคลื่นแสง ที่มีความร้อนในระดับหนึ่ง แต่ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ เพราะว่าการทำงานจะต้องมีการลงยาชาเสมอเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บ สำหรับความเจ็บของการทำ Hifu นั้น ก็จะเจ็บประมาณการถอนขนจักแร้นั่นเองค่ะ แต่สำหรับการทำ RF นั้น คุณผู้อ่านจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นๆ บนใบหน้าเพียงเท่านั้นแล้วก็จะรู้สึกสบายเพราะว่ามีการใช้เครื่องมือนวดคลึงหน้าไปด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามทั้ง hifu กับ rf ก็มีความปลอดภัยด้วยกันทั้งนั้น

hifu กับ rf ต้องพักผิวบ้าง

ควรมีระยะเวลาพักฟื้นของผิวหน้าที่ค่อนข้างยาวนานนะคะ ไม่ควรทำติดต่อกันหลายๆ เดือนเพราะเนื่องจากการส่งผ่านเป็นการส่งผ่านความร้อนทั้ง 2 แบบ เพราะฉะนั้นชั้นใต้ผิวหนังของคุณก็จะเกิดอาการความร้อนสะสม และถ้าทำถี่มากจนเกินไป ก็อาจทำให้ผิวหน้าไหมได้ค่ะ ซึ่งแทนที่จะได้ผลดี ใจเย็นๆ รอผิวหนังค่อยปรับสภาพ ยิ่งเป็นการกระตุ้นผิวหน้าแบบ ไม่ให้เขาได้ฟื้นตัวหรือพักฟื้นก็จะยิ่งส่งผลในด้านตรงข้าม คือ ทำให้หน้าไม่ได้พัก คราวนี้รับรองว่าจะต้องรักษากันยาวเลยทีเดียว เนื่องจากนี้ยัง RF ยังช่วยในเรื่องของการลดสิวเสี้ยน รอยสิว รอยดำ รอยแดง กระฝ้าต่างๆ อีกด้วย ทำให้ได้ผลดีอีกในระดับหนึ่ง

hifu กับ rf ไม่มีเปิดแผลภายนอก

hifu กับ rf เป็นการทำหัตถการที่ไม่มีการเปิดแผลภายนอกทั้งคู่ โดยหลังจากทำรายการเสร็จทันที ผู้เข้ารับบริการอาจจะปรากฏรอยแดงบนใบหน้าบ้าง หรือเกิดอาการบวมของผิวหนังขึ้นมาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะคะ แต่รับรองว่าไม่มีบาดแผลไม่มีการเจาะ ไม่มีการกระทำสิ่งใดให้เกิดแผลต่อผิวหนังอย่างแน่นอน ส่วนในเรื่องของอาการบวมแดงนั้น ไม่ต้องห่วงค่ะหลังจากทานเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง อาการบวมแดงก็จะค่อยๆ ลดลง จนกระทั่งกลับมาเป็นผิวหน้าแบบปกติ

ซึ่งอย่างที่บอกนะคะว่า การที่ไม่เปิดแผลภายนอกจะเห็นผลลัพธ์ทันทีเลย 100% ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นผิวคุณจะต้องให้เวลาในการค่อยๆ ฟื้นตัว และปรับปรุงสภาพผิว หลังจากที่โดนความร้อนส่งผ่านเข้าไปก็ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน/ 2 เดือน/ 3 เดือน เต็มที่คือ 6 เดือนค่ะ ผลลัพธ์ก็จะปรากฏให้เห็นเด่นชัด 100% เต็มแล้ว

แต่ถ้าหลังจาก 6 เดือนผ่านไป คุณพบว่าผลลัพธ์มันยังไม่ดีเท่าที่ควร คุณก็สามารถมาทำซ้ำอีกได้ ซึ่งการทำซ้ำรอบหลังนี้ก็จะช่วยทำให้ได้ผลที่เห็นชัดเจนกว่าเดิม เพราะว่าการทำครั้งที่ 1 เหมือนเป็นการปรับสภาพผิวไปแล้ว แต่ถ้าคุณทำผิดแค่ครั้งเดียว เกิดความรู้สึกพอใจแล้วครบ 6 เดือน คุณเพียงพยายามรักษาสุขภาพ รักษาผิว อย่าให้โดนแดดอย่าดูดบุหรี่ สูบบุหรี่ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัจจัยในการทำร้ายผิวอย่างรุนแรง เพียงเท่านี้คุณ ก็จะสามารถรักษาผลลัพธ์ไว้ได้อีกยาวนาน