มีนาคม 25, 2020 By Jesse Morrison Off

เคลียร์ให้ชัด 10 เรื่อง เกี่ยวกับการร้อยไหมยกแก้ม

สำหรับเรื่องความสวยความงามของเหล่าสุภาพสตรีนั้น นับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่คู่กับสุภาพสตรีจริงๆ และนับตั้งแต่วงการแพทย์ทางด้านศัลยกรรมพัฒนามาอย่างก้าวกระโดด ที่เรียกง่ายๆ ว่า ตอบโจทย์เหล่าสุภาพสตรีจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเสริมดั้ง เหลาคาง ทำตาสองชั้น หรือไปจนกระทั้งถึงขั้นผ่าตัดกันยกใหญ่ด้วยการตัดกรามเพื่อเป็นรูปลักษณะใบหน้า หรือโครงหน้าใหม่ แต่ในบทความนี้เราจะนำเสนอศัลยกรรมรูปแบบใหม่ที่ เอาใจสุภาพสตรีที่อาจจะกลัวมีดหม้อ เพราะวิธีนี้นับว่าเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ผลข้างเคียงนับว่าต่ำ เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ใช้เวลาในการทำไม่มากและที่สำคัญก็คือ มีราคาไม่สูงมากนัก แต่ถึงแม้จะมีข้อดีเยอะ แต่ก็ต้องอาศัยแพทย์ที่มีฝีมือเฉพาะตัว

วิธีนี้ก็คือ การยกกระชับใบหน้าด้วยไหม หรือการร้อยไหมยกแก้ม จุดเริ่มต้นของการศัลยกรรมชนิดนี้ถูกคิดค้นโดยศัลย์แพทย์ชาวรัสเซียเมื่อ 10 ปีก่อน คุณหมอมีไอเดียที่ว่าจะดึงหน้าอย่างไรโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด คุณหมอจึงคิดค้น การร้อยไหมเอาสะเลย โดยลักษณะไหมจะมีชนิดที่ละลายไปเองเลยก็มี และมีอีกหลากหลายชนิดของไหม สำหรับการดึงผิวหน้านั้นสามารถดึงได้ทั้ง ร่องแก้ม หางคิ้วฉะนั้นในบทความนี้จะไขข้อกระจ่างเคลียร์ให้ชัด เกี่ยวกับการยกกระชับใบหน้าด้วยไหม หรือการร้อยไหมยกแก้ม

1.เมื่อเรายกกระชับด้วยไหม และไหมสามารถอยู่ได้ตลอดไป

ความจริง : ไหมที่เราร้อยไปไม่ได้อยู่ตลอดไป แต่มันจะอยู่ได้นาน 3-6 เดือน หรือ 1-2 ปี ตามชนิดไหมที่ร้อย  หรือแม้แต่ใช้เทคนิคอื่นๆมาผสมผสานไปด้วยกัน เช่น ฟิลเลอร์  และโบท็อก กรณีนี้อาจส่งผลให้ผลจาการร้อยไหมอยู่นานได้มากขึ้น

ไหมชนิดที่สามารถอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน เช่น ไหม Silhouette , ไหม aptos และไหมอื่นๆอีกมากมาย แต่ส่วนผสมหลักที่ทำให้ไหมอยู่ได้เป็นระยะเวลานานๆ เป็นไหมที่ไม่ละลายในตัวมันเอง เพราะไหมชนิดนี้มีโครงสร้าง ที่ทำให้ขบวนการสร้างคอลลาเจนของผิวยึดเกาะกับเนื้อเยื่อผิวได้ดีมากยิ่งขึ้น จึงส่งผลอย่างเห็นได้ชัดว่า

คำเตือน : ถ้าศัลย์แพทย์ไม่มีความชำนาญ หลังจากร้อยไหมเสร็จอาจเกิดอาการแปร๊บๆ บริเวณใต้ผิวหนังได้

2.ทุกคนสามารถร้อยไหมได้

ความจริง : เป็นที่รู้กันว่าการรอยไหม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการยกกระชับใบหน้า ลดริ้วรอย ที่เห็นผลค่อนข้างชัดเจน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผลที่ออกมาจะได้เหมือนๆกัน เพราะ การร้อยไหมจะได้ผลดีมากๆกับบุคคลที่มีริ้วรอย และจุดหย่อนคล้อยไม่มาก อายุที่เหมาะสมที่สุดก็คือ 30-55 ปี

คำเตือน : สำหรับบุคคลที่ลดน้ำหนักและส่งผลทำให้ผิวหย่อนคล้อยมากๆ ทางเลือกในการร้อยไหมยกแก้มอาจจะไม่เห็นผลมากนัก ดังนั้นควรสอบถามแพทย์ดูก่อน ซึ่งแพทย์จะพิจารณาว่าควรทำการร้อยไหมหรือไม่ หรือจะรักษาด้วยวิธีไหนดีกว่ากัน

3.ร้อยไหม อาจส่งผลทำให้เป็นรอยแผลเป็นได้ หรือพังผืดใต้ผิวหนัง

ความจริง : อันที่จริงพังผืดก็คือแผลเป็นใต้ผิวหนัง เกิดจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง อย่างทีเข้าใจกันว่าการร้อยไหมนั้นจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ซึ่งก็คือการสร้างพังผืดภายใต้ผิวหนังที่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ส่งผลให้ผิวหนังด้านนอกดูตึงกระชับ เปล่งปลั่ง ฉะนั้นแผลเป็นที่เกิดขึ้นมักจะเกิดจากการที่แพทย์รอยไหมเข้าไปตื้นเกินหรืออาจจะผิดจังหวะก็จะกระตุ้นการเกิดพังผืดในที่ๆ เราไม่ต้องการก็ได้ ส่งผลทำให้เกิดรอนๆ คล้ายแผลเป็นนั้นเอง

คำเตือน : ตำแหน่งจมูก หน้าผาก คือตำแหน่งที่ควรหลักเลี่ยงที่จะทำให้ ถ้าแพทย์ไม่มีความชำนาญพอ เพราะเป็นส่วนที่ค่อนข้างยาก อาจเกิดแผลเป็นได้

4.ไหมที่เห็นๆ ก็เหมือนๆกัน

ความจริง : ไหมที่แพทย์ส่วนใหญ่ใช้กันจะมีหลักๆ สองอย่างคือ ไหมละลาย และไม่ละลาย ไหมที่ได้รับความนิยมคือไหมละลายเพราะไหมชนิดนี้จะสลายไปเองตามธรรมชาติ ไม่ ตกค้างในร่างกาย และยังมีรายละเอียดย่อยๆ เช่น ไหมที่มีผิวกรวย ก้างปลา และเป็นเกรียว คือมีคุณสมบัติยึดเกาะเนื้อเยื่อได้ดี และส่งผลให้ผลรลัพธ์จาการร้อยไหมอยู่ได้นาน อย่างไรก็ตามแพทย์จะพิจารณาด้วยว่าใครเหมาะกับการใช้ไหมแบบไหนมากกว่ากัน เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมที่สุดนั่นเอง

5.การยกกระชับ ให้ผิวใส ต้องไหมทอง…

ความจริง : หลายๆคนเชื่อกันว่าทองคำสามารถทำให้ผิวกระจ่างใสสะอาดได้ จึงมีการนำทองใส่เข้าไปในไหมเช่นกัน โดยไหมชนิดนี้จะเป็นโลหะและหนัก ไม่ละลาย การยกกระชับจะอยู่ได้เพียง 5-6 เดือน ฉะนั้นไหมทองคำจริงเป็นเพียงความเชื่อว่ามันดี

คำเตือน : สำหรับผู้ที่ร้อยไหมยกแก้มทองคำ ไม่สามารถทำ MRI Scan หรือควรหลีกเลี่ยงทรีทเม้นต์ที่ให้ความร้อน และในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบในอนาคต

6.ร้อยไหมสเต็มเซลล์ สร้างคอลลาเจนได้เองหรือ

ความจริง : พื้นฐานการทำงานของไหมทุกชนิดก็คือ เมื่อร่างกายเรามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาบริเวณนั้น และส่งผลทำให้ผิวกระชับตึงขึ้น นั้นเอง ฉะนั้นไหมทุกๆชนิดจะให้ผลลับเหมือนๆกัน สำหรับไหมสเต็มเซลล์ก็คือไหมที่ถูกเคลือบด้วยสเต็มเซลล์ จนเชื่อกันว่ามันจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้มากขึ้น

คำเตือน : การร้อยไหมสเต็มเซลล์ อาจส่งผลทำให้ผิวอักเสบเพราะการติดเชื้อได้ ดังนั้นต้องระวังและสังเกตความผิดปกติหลังทำการร้อยไหมให้ดี

7.รักษาฝ้าด้วยไหม ได้มั้ย ?

ความจริง : ไม่ได้ !!! สั้นๆ เพราะการรักษาฝ้า คือทำให้ผิวหนังดูจางลงเพราะไปกระตุ้นให้เม็ดสีผิดปกติ โดยอาศัยปัจจัจยก็คือ การสร้างคอลลาเจนจากการร้อยไหม เพราะการรอยไหมจะทำให้เกิดคอลลาเจน ทำให้หน้าตึงและฝ้าจึงดูลดน้อยลง และจางลงนั้นเอง

8.ร้อยไหมใช้ได้กับเฉพาะใบหน้าอย่างเดียวเท่านั้น

ความจริง : การร้อยไหมสามารถทำได้ทุกๆส่วน แต่ต้องเลือกชนิดไหมที่แตกต่างออกไป โดยเลือกไหมที่มีคุณสมบัติยกกระชับได้ดี คือ ไหมสปริง เป็นไหมประเภทละลาย วิธีทำคือ นำไหมทั้ง 2 เส้น พันเป็นเกลียวให้มีลักษณะแบบเดียวกับคอลลาเจน ผลจากการร้อยไหมยกแก้มนอกจากจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่แล้ว ยังสามารถดึงเนื้อเยื่อผิวหนังไปในทางที่เราต้องการได้ ยังสามารถเลือกให้เกาะตามตำแหน่งที่ต้องการก็ยังได้ คุณสมบัตินับว่ามาเต็มเพราะมนัจะอยู่ได้นานขึ้น และผลลับก็เห็นผลอย่างชัดเจนและรวดเร็ว ฉะนั้นการร้อยไหมจึงไม่ใช่แค่เรื่องเฉพาะหน้า แต่ยังสามารถทำได้ทั้งใต้ท้องแขน หน้าท้อง หรือทุกๆส่วนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย

9.หลังจากการร้อยไหมมักจะเกิดอาการบวมช้ำเป็นรอย ถือว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่

ความจริง : อาการระบมบวมช้ำ จะมีมากน้อย หลังจากการร้อยไหมนั้น เบื้องต้นขึ้นอยู่กับเทคนิคความชำนาญในการร้อยไหม และชนิดของไหมที่ใช้ ปริมาณไหมที่ใช้ร้อย แต่ในรายที่มีเทคนิคความชำนาญที่ดี ใช้ไหมมากๆ อาจจะไม่เกิดอาการบวมช้ำเลยก็ได้ แต่เมื่อไหร่ที่เราพบแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐานไม่มีความชำนาญอาการบวมช้ำอาจจะถามหาก็ได้ ฉะนั้นควรหาแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญท่าจะดีกว่า ทั้งนี้เพื่อความมั่นใจว่าจะปลอดภัยจริง และเกิดอาการบวมช้ำหลังทำน้อยทุ่ด

10.ยกกระชับติดแน่น ผลลับอยู่นานด้วย ไหมฟิกซ์

ความจริง : การร้อยไหมยกแก้มแบบฟิกซ์ คือการร้อยไหมเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนัง ปริมาณหลายๆเส้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่จะยกกระชับ โดยนำไปผูกไว้ใต้ชั้นพังผืด ข้อดี อยู่ได้นาน ข้อเสีย เมื่ออยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ผลลัพธ์อาจจะไม่เป็นไปตามคาดหวัง และอาจจะส่งผลทำให้หน้าเบี้ยว และผลจากที่ไหมไม่ละลาย การแก้ไขจึงต้องใช้ความชำนาญสูง หรืออาจถึงขั้นไม่มีวิธีแก้เลย

คำเตือน : นอกจากจะทำให้หน้าเบี้ยวแล้ว อาจจะส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทใต้ผิวหนังได้ ส่งผลให้เกิดอาการแปร๊บขณะเคี้ยวอาหารได้ นับว่าเป็นวิธีที่ต้องใช้แพทย์เทคนิคสูงๆ

และนี่ก็คือ 10 เรื่องเกี่ยวกับการร้อยไหมที่คุณควรรู้นั่นเอง ก็ลองทำความเข้าใจกันดู และก่อนจะร้อยไหมก็ควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนด้วย