มีนาคม 23, 2020 By Jesse Morrison Off

ร้อยไหม ฉีดยาชาไหม และเรื่องควรรู้ที่คุณต้องอ่าน

การร้อยไหมเป็นการเสริมความงามแขนงหนึ่ง ซึ่งไหมจะเป็นตัวยกกระชับใบหน้าคล้ายกับการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า เพียงแต่วิธีการในการร้อยไหมไม่ต้องถึงขั้นวางยาสลบ และการร้อยไหมก็ใช้เวลาไม่นานเหมือนการผ่าตัด และที่สำคัญไม่มีแผลเป็นที่น่าเกลียดทิ้งไว้ให้บนใบหน้า และไม่ทำให้บวมจนต้องพักฟื้นอีกด้วย

การร้อยไหม ฉีดยาชาไหม

ถึงแม้การร้อยไหมจะไม่ต้องวางยาสลบเหมือนการผ่าตัดใหญ่แต่ก็เป็นการใช้เข็มร้อยเข้าที่ใบหน้า ความเจ็บปวดจะมีมากดังนั้นแพทย์จึงต้องทำการวางยาชาเฉพาะจุด เพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้ช็อคระหว่างการร้อยไหม เพราะการร้อยไม่ได้ร้อยแค่เพียงเส้นเดียว การร้อยแต่ละครั้งต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ ว่าแต่ละข้างต้องใช้ไหมกี่เส้น ใช้ไหมประเภทใด

ร้อยไหมเจ็บหรือไม่

คนที่เข้าใช้บริการส่วนใหญ่ ได้บอกไว้ว่าการร้อยไหมไม่เจ็บเพราะหมอจะฉีดยาชาไว้ หลังหมดฤทธิ์ยาชาจะมีเพียงความรู้สึกตึงๆเล็กน้อย และบวกกับการกินยาตามที่แพทย์สั่งเลยไม่ค่อยมีอาการเจ็บ และในรายที่มีการร้อยไหมแบบก้างปลาอาจมีการเจ็บจิ๊ดๆ นิดหน่อยไม่ถึงกับมาก ซึ่งก็อยู่ในระดับที่ทนได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลไป

ผลลัพธ์ของการร้อยไหม จะอยู่ได้นานเท่าไหร่

ด้วยตัวไหมจะคงอยู่ในตัว ประมาณ 8-12 เดือน แต่หลังจากนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวผู้เข้าใช้บริการว่าจะมีคอลลาเจน มากน้อยเพราะในบางคนที่อายุมากๆ การสร้างคอลลาเจนก็เริ่มน้อยลง อิลาสตินในร่างกายก็ถดถอย หลังครบกำหนดที่ไหมละลายอาจอยู่ได้ประมาณ3-4 เดือน แต่ถ้าเป็นคนที่มีคอลลาเจนอยู่มาก อาจอยู่ได้นานเป็นปีๆ เลยทีเดียว ทั้งนี้ก็กล่าวได้ว่าผลที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วยนั่นเอง

ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก่อนไปร้อยไหม

ได้รู้กันแล้วว่าร้อยไหม ฉีดยาชาไหม ทีนี้เรามาดูวิธีการเตรียมตัวก่อนร้อยไหมกันบ้าง โดยมีวิธีการเตรียมตัวดังนี้

1.หากคุณเป็นคนที่ใช้ยาแอสไพริน อยู่ควรงดก่อนเข้ารับการร้อยประมาณหนึ่งสัปดาห์ เพราะตัวยาจะทำให้เกิดอันตรายขณะเข้าใช้บริการได้ ดังนั้นก่อนเข้ารับการร้อยไหมห้ามกินยาชนิดนี้เด็ดขาด

2.ไม่ควรทานเครื่องดื่มก่อนจะไปรับการร้อย ทางที่ดีควรงดดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายล้างแอลกอฮอล์ตกค้างออกให้หมด หลีกเลี่ยงปัญหาในขณะหรือหลังเข้ารับการบริการ

3.หากคุณเป็นคนที่ทานวิตามินเสริมอยู่ตลอดเวลา คุณต้องงดวิตามินบางตัว เช่น วิตามิน อี เพราะจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายได้

4.ในรายที่ต้องทานยาเกี่ยวกับโรคเลือดควร ปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการบริการ เพราะหากเป็นยาที่ทำให้ไม่เกิดลิ่มเลือด อาจทำให้เลือดออกไม่หยุดในขณะที่ทำ ซึ่งเป็นอันตรายมาก

ขั้นตอนการร้อยไหม ที่ควรรู้

สำหรับขั้นตอนการร้อยไหมนั้นมีอะไรบ้าง เรามาดูกันเลยดีกว่า

1.แรกเริ่มวันที่คุณเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาแพทย์จะพิจารณารูปหน้าคร่าวๆ และอธิบายการร้อยว่าผู้เข้าใช้บริการต้องการยกตรงไหน ใช้ไหมประมาณกี่เส้น ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก

2.เมื่อคุณตัดสินใจจะเข้ารับการบริการแล้ว แพทย์จะนัดวันที่คุณสะดวก เมื่อถึงวันนัด แพทย์จะให้คุณล้างหน้า เพื่อล้างเมคอัพ และตรวจสอบโครงหน้าอย่างละเอียด แล้วแพทย์จะแจ้งว่าคุณต้องใช้ไหมกี่เส้น พร้อมประเมินค่าใช้จ่าย

3.เมื่อพูดคุยกับแพทย์เสร็จแล้ว แพทย์จะเริ่มจากการทายาชา เมื่อใบหน้าชาได้ทีแล้วแพทย์จะมาร์คจุดที่ต้องร้อยไหมเข้าไปว่าแต่ละข้างต้องร้อยตรงไหนบ้างใช้ไหมกี่เส้น หากในกรณีที่ผู้เข้าใช้บริการ มีผิวที่ขาวจัดๆ แพทย์อาจพิจารณาฉีดวิตามินเพื่อกันเขียวมากๆให้ ซึ่งขั้นตอนที่ต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์

4.แพทย์จะเริ่มร้อยไปตามแนวที่วางไว้ ใช้เวลาประมาณ10-40นาที ซึ่งแต่บุคคลจะใช้เวลาไม่เท่ากัน เมื่อเสร็จแพทย์จะจ่ายยาและแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังทำให้คุณไปปฏิบัติที่บ้าน

ไหมที่ใช้ในการร้อยไหม มีกี่แบบ อะไรบ้าง

ไหมที่ใช้ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นไหมละลายซะส่วนมาก เพียงแต่แต่ละแบบมีความแตกต่างกันตรงลักษณะของเส้นไหม ซึ่งแบ่งได้ดังนี้

1.ไหมก้างปลา ตัวไหมจะมีเงี่ยง ออกจากตัวไหมลักษณะเดียวกับก้างปลา จึงทำให้มีการเกาะติดกับเนื้อเยื่อที่ดีกว่า และตัวไหมก็เป็นไหมเส้นใหญ่จึงทำให้ไหมจะละลายค่อนข้างช้า

2.ไหมแบบเรียบ เส้นไหมจะเป็นแบบเรียบๆ ส่วนใหญ่ถ้าแพทย์ใช้จะใช้ในลักษณะการ้อยแบบแห หรือใช้ร้อยในจุดที่ละเอียดอ่อน เช่นบริเวณดวงตา เพราะตัวไหมเส้นจะเล็ก ทำให้เกิดการช้ำน้อย

3.ไหมไดมอน ตัวนี้เป็นไหมแบบไหม รูปแบบไหมจะเป็นเงี่ยงทุกทิศทุกทางซึ่งจะช่วยในการยกกระชับที่ดียิ่งขึ้น

ทั้งตัวไหมยังเป็นไหมละลายที่เส้นค่อนข้างใหญ่จึงให้ผลอยู่ได้นานอีกด้วย

4.ไหมแบบกรวย ตัวนี้จะเป็นวัสดุคนละแบบกับตัวอื่น เป็นไหมที่มีการละลายที่ช้ากว่ามาก เพราะเป็นไหม PGA ต่างจากตัวอื่นที่เป็นแบบ PDO

5.ไหมทองคำ เป็นไหมที่ไม่ละลายจึงทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีมาก เพียงแต่การใช้ไหมทองคำนั้น มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และการดูแลต้องค่อนข้างระมัดระวัง เพราะเวลาที่ต้องเข้าเครื่องสแกนต่างๆ ไหมทองคำจะทำปฏิกิริยากับเครื่อง และการทำเลเซอร์ก็เป็นของต้องห้ามสำหรับไหมทองคำเช่นกัน

ข้อควรระวังที่ต้องรู้ ทั้งก่อนและหลังร้อยไหม

ก่อนที่จะเข้ารับบริการการ้อยไหมอย่างน้อยคุณต้องรู้รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ดังนี้

1.สถานที่ตั้งของคลินิกต้องตรวจสอบได้ สถานที่ตั้งต้องสะอาด ไม่มีแหล่งของเชื้อโรค ไม่อยู่ในจุดที่อับสายตาจนน่ากลัว และคลินิกที่คุณเล็งๆไว้ก่อนเข้าไปทำควรไปสำรวจสักนิดว่า ราคาประมาณเท่าไหร่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วที่ไหนจะดีกว่า

2.แพทย์ที่ลงมือร้อยต้องเป็นแพทย์ที่ชำนาญการ และมีใบประกอบวิชาชีพที่ชัดเจน คุณสามารถเข้าไปขอคำปรึกษาได้ก่อนที่จะทำการร้อยไหม เพราะแต่ละคลินิกแพทย์แต่ละคนความชำนาญไม่เหมือนกัน

3.สำรวจรีวิวก่อนเข้าใช้บริการ เพราะการดูรีวิวจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ในส่วนหนึ่งแถมยังสามารถดูได้หลายๆคลินิกอีกด้วย

4.เช็คบริการหลังการเข้ารับการร้อยด้วยว่า ทางคลินิกรับรองอะไรบ้าง มีการให้คำปรึกษาได้หรือไม่ หากเกิดปัญหาสามารถแก้ให้คุณได้หรือไม่

หลังการร้อยไหม

1.เมื่อทำการร้อยเสร็จควรประคบเย็นทุกๆ 2- 4 ชั่วโมงเพื่อเป็นการลดการอักเสบ  ลดความบวมของใบหน้าที่ได้ทำการร้อยไหมไว้

2.ห้ามทำทรีทเม้นต์ หรือเลเซอร์ก่อนจะครบ 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต เพราะเส้นไหมยังไม่อยู่ตัวการทำเลเซอร์จะเป็นการใช้ความร้อน เป็นการเร่งการละลายของตัวไหมซึ่งจะทำให้การสร้างคอลลาเจนหยุดกระบวนการ หรืออาจเป็นการกระตุ้นให้อักเสบหนักกว่าเก่าได้

3.งดการล้างหน้า หากต้องการล้างจริง ๆ ควรใช้สำลีชุบน้ำอุ่นแล้วเช็ดหน้าแทนการวักน้ำขึ้นมาใส่หน้า เพราะแผลจากการร้อยไหมอาจยังไม่สนิทดีทำให้เกิดการอักเสบได้

4.ไม่ถู เกาหน้า โดยเฉพาะจุดที่ไหมร้อยเข้าไป เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ ไหมที่ร้อยไว้เกิดขาด หรืออาจมีแง่งไหมทะลุ ออกมาในรายที่ผิวหน้าบาง และร้อยไหมประเภทก้างปลา หรือไหมเงี่ยงชนิดต่างๆ

เมื่อลองศึกษาร้อยไหม ฉีดยาชาไหม ดูแล้วหาคุณยังมีข้อสงสัยแต่ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปหาคลินิก ในปัจจุบัน แต่ละคลินิกมีการทำแชทไว้ที่เว็บเพจของตัวเองซึ่งผู้เข้าใช้บริการสามารถเข้าไปถามได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะโดนจับทำในทันที เป็นการขอรับคำปรึกษาก่อนการเข้าใช้บริการซึ่งถือว่าเป็นความสะดวกอีกอย่างหนึ่งอีกด้วย