ธันวาคม 12, 2019 By Jesse Morrison Off

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือ อะไร

ก่อนอื่นเราควรจะมาทำความรู้จักกับฟิลเลอร์กันก่อนค่ะว่า คืออะไร เจ้าฟิลเลอร์นี่ก็ คือ การฉีดสารเติมเต็มผิวด้วยสารไฮยาลูโรนิคแอซิค (Hyaluronic Acid) หรือ ที่เรียกกันว่า HA เพื่อช่วยเติมเต็มผิวหนังชั้นในและใต้ผิวหนัง เจ้าตัว HA จะช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง ทำใหผิวหนังเกิดความยืดหยุ่นปราศจากริ้วรอย

แล้วเราจะใช้ฟิลเลอร์เมื่อไหร่ดี?

เราจะใช้ฟิลเลอร์ในส่วนที่เป็นริ้วรอยร่องลึกที่เกิดขึ้นตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้าเพื่อทำให้ร่องดูตื้นขึ้น ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึง “ฟิลเลอร์ใต้ตา”

เมื่อเรามีอายุมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย โครงสร้างของใบหน้าและผิวใต้ตาก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง และ การเปลี่ยนแปลงนี้หลายคนกระดูกโครงหน้าจะยุบลง กล้ามเนื้อจะน้อยลง ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นร่องรอยตรงส่วนใต้ตา และ อาจจะทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย และ โทรมได้ ปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อมีอายุ 25 ปี ไปแล้ว

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งใต้ตาจะเป็นจุดแรกของใบหน้าที่จะยุบตัวลงตามวัย และ จะเป็นจุดแรกที่หมอแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ไต้ก็คือ การฉีดคอลลาเจน Hyaluronic Acid เข้าไปในส่วนของใต้ตา เพื่อเติมเต็มรอยใต้ตาให้ริ้วรอยดูลดลง ร่องลึกดูตื้นขึ้น เพื่อทำให้ผิวหน้าดูเด็กลง

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นจะบวมไหม?

แพทย์จะเป็นผู้ประเมิน เมื่อได้รับคำแนะนำจากแพทย์แล้วก็สามารถฉีดได้เลย เนื่องจากใช้เวลาไม่นาน รอยเข็มก็จะเล็กมาก และ จะไม่มีอาการบวมหลังจากฉีดไปแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์ แพทย์ก็จะนัดติดตามผล เพื่อที่จะดูว่าจะต้องเติมส่วนไหนดีกบ้างจนกว่าจะได้รูหน้าที่เราต้องการ

แล้วคุณคิดว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นเป็นอันตรายหรือไม่

หากฟิลเลอร์ที่เราจะฉีดเข้าไปนั้นเป็นของแท้ เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอันตราย เพราะฟิลเลอร์แท้จะสลายได้เอง 100 %

หากเราใช้ฟิลเลอร์ปลอมจะเป็นอย่างไร

เรามาดูกันค่ะ ฟิลเลอร์ปลอมจะมีอยู่ 3 แบบ ซึ่งผลลัพธ์แต่ละแบบจะเป็นอย่างไรและมีวิธีแก้ไขอย่างไร

  • แบบที่ 1 ฟิลเลอร์ปลอมที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน ตัวนี้จะสลายหมดได้ แต่จะอยู่ได้ไม่ถึง 6 เดือน ซึ่งหากฉีดตัวนี้จะต้องเติมบ่อย ทำให้สูญเสียเงินแบบไม่รู้จบ
  • แบบที่ 2 แบบที่ไม่สลาย ในช่วงแรกที่ฉีดจะนิ่ม เหมือนฟิลเลอร์แท้ แต่พอผ่านไป 1 – 2 ปี ก็จะเริ่มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ รูปร่างจะคล้ายซิลิโคน และ ยิ่งนานไปน้ำหนักก็จะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ รูปร่างจะคล้ายซิลิโคน และยิ่งนานไปน้ำหนักก็จะเยอะขึ้นทำให้ไม่คงอยู่ที่เดิม มีการเคลื่อนตัว และ จะทำให้รูปหน้าของผู้ที่ฉีดเกิดการผิดรูปสุดท้ายแล้วก็ต้องไปผ่าขูดออก
  • แบบที่ 3 แบบที่ไม่บริสุทธิ์ ตัวนี้จะใกล้เคียงกับฟิลเลอร์แท้ แต่จะมีสิ่งที่แตกต่าง คือ สลายออกไม่หมด และ ฟิลเลอร์พวกนี้จะอยู่ได้ไม่นาน ต้องฉีดเติมบ่อย ๆ และ ก็ยังมีโอกาสเป็นก้อนไตแข็งได้ ราคาจะสูงกว่าแบบไม่สลาย แต่ก็ยังถูกกว่าของแท้

วันนี้เราจะขอนำเสนอฟิลเลอร์สำหรับฉีดใต้ตาที่นิยมกันมากที่สุด จะมีอยู่ 2 ตัวคือ

  1. Restylane รุ่น Perlane 1 cc. จะอยู่ได้ 12 เดือน
  2. Juvederm รุ่น Voluma 1 cc. จะอยู่ได้ 18 เดือน

ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้จะเหมาะกับการฉีดใต้ตา อย่างไรก็ดีเราจะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้น เราต้องปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะกับตัวเราที่สุด ส่วนคนที่ยังกังวลว่าเมื่อฉีดฟิลเลอร์แล้วจะทำให้หน้าแก่กว่าเดิม ถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะการฉีดฟิลเลอร์ คือ การชะลออายุของผิว เมื่อเราหยุดฉีดผิวก็ยังดูอ่อนกว่าวัยกว่าตอนก่อนฉีด แต่ด้วยผิวหน้าคนเรามีการเปลี่ยนไปตามอายุที่มากขึ้น ริ้วรอยที่เคยมีอยู่เดิมก็จะเริ่มกลับมา

รีวิวการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรงดยาและวิตามินอะไรบ้าง

  • ควรงดยาแอสไพริน วิตามินอี และ ยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 1 สัปดาห์
  • ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว หรือ ครีม ในกลุ่ม Anti – Aging ทุกชนิด ก่อนทำ 3 วัน
  • หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนที่จะทำ

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • หลีกเลี่ยงการกดนวดแรง ๆ ขยี้ตาแรง ๆ บริเวณใต้ตา 2 สัปดาห์
  • หลังฉีดฟิลเลอร์ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 3 – 4.5 ลิตร ในช่วงแรก ๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำมากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะทำให้ตาบอดจริงไหม

หากผู้ฉีดไม่ใช่แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญอาจเกิดอันตรายได้ เช่น การเกิดเนื้อตาย หรือ ถ้าฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันในเส้นเลือดสามารถทำให้ตาบอดได้

อย่างไรก็ตามการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นควรเข้ารับการฉีดจากสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการฉีดฟิลเลอร์ไปโดนเส้นเลือดหรือเส้นประสาท ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้