มีนาคม 22, 2020 By Jesse Morrison Off

ฟิลเลอร์ปากคืออะไร อะไรคือข้อดีข้อเสีย

การฉีดฟิลเลอร์ในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะด้วยความที่เป็นสารเติมเต็มที่จะช่วยให้รอยย่นในใบหน้าหายไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ได้รับความนิยมในบรรดาสาว ๆ ที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยต่าง ๆ แต่วันนี้เรามีอีกหนึ่งจุดที่นิยมกันมาก คือการฟิลเลอร์ปาก อยากรู้ใช่ไหมว่าคืออะไร เราไปดูกัน

การฉีดฟิลเลอร์ปากคืออะไร

ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็ม ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องร่องลึกริ้วรอยต่างๆ ได้ดี และที่สาวๆนิยมทำกันมากคือฟิลเลอร์ปาก เพราะจะช่วยให้ริมฝีปากอวบอิ่ม ไม่มีริ้วรอยริมฝีปากไม่ตกร่อง ทำให้ดูเซ็กซี่ น่ารักมากขึ้น แต่ในประเทศไทยการฉีดฟิลเลอร์ให้ปากอวบอิ่มแบบฝรั่งน้อยคนที่ฉีดแล้วจะสวย เพราะด้วยโครงหน้าของคนไทยจะเล็กกว่าของฝรั่งอยู่ค่อนข้างมาก เครื่องหน้าของคนไทยจะไม่ได้ใหญ่ชัดเท่าของต่างชาติ ดังนั้นส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ฉีดเพื่อเพิ่มความอวบอิ่มหรือให้นำรูปปากของคนเอเชีย ที่อวบอิ่มหรือทรงรูปปากที่ชอบที่เป็นชาวเอเชียเหมือนกันเพื่อปรับให้เข้ากับรูปหน้า

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก

มาดูกันเลยว่าการฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก มีข้อดีอย่างไรบ้าง ทำไมใคร ๆ ก็ชอบฉีด

1.เห็นผลทันที

การศัลยกรรมปากกระจับจะต้องใช้เวลาในการทำ การเตรียมตัว การพักฟื้นค่อนข้างนาน และกว่าจะได้เห็นว่ารูปปากเป็นอย่างไรต้องรอให้ปากหายบวมเสียก่อน แต่การฉีดฟิลเลอร์จะตัดปัญหาเหล่านั้น เพราะระยะเวลาในการทำไม่นาน การเตรียมตัวไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องลางานนานๆ ฉีดเสร็จจะเห็นทันทีว่ารูปปากที่ได้เป็นอย่างไร เหมาะสมกับหน้าตาหรือไม่ และการแก้ไขก็ไม่หน้ากลัว ไม่เหมือนการผ่าตัดที่หากผิดพลาดก็ไม่สามารถแก้ไขได้

2.ราคาไม่แพง

หากการผ่าตัดต้องมีการวางยาชาถึงยาสลบแล้ว แต่กรณีของผู้ทำและวินิจฉัยแพทย์และในการวางยาต้องใช้วิสัญญีแพทย์ซึ่งการใช้ยาและการมีวิสัญญีแพทย์จะต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่แล้วแล้วแต่ละคลินิกหรือโรงพยาบาล ซึ่งการทำฟิลเลอร์นั้นใช้แค่การฉีดยาชาเฉพาะจุดซึ่งแพทย์ผู้ลงมือทำฟิลเลอร์เป็นผู้เตรียมเอง การใช้ยาชาก็เป็นปริมาณที่น้อย จึงทำให้ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก

3.ผลกระทบน้อย

เพราะการฉีดฟิลเลอร์ ปาก เป็นการทำหัตถการ เมื่อฉีดเสร็จพักฟื้นไม่นานก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่เหมือนการผ่าตัดที่ต้องรอเป็นเดือนเพื่อให้แผลหายสนิท กระทบกับการทานอาหารหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นที่นิยมอย่างมากนั่นเอง โดยเฉพาะในสาว ๆ ที่ต้องทำงานประจำด้วย

4.ความเสี่ยงน้อย

ในการผ่าตัดริมฝีปาก เพื่อทำให้ริมฝีปากเป็นรูปกระจับจะต้องมีการเฉือนเนื้อริมฝีปากออกไปบ้างส่วนซึ่งทำให้ในอนาคตเมื่อมีอายุมากขึ้นริมฝีปากก็จะยิ่งบางลงไปอีก หรือเมื่อผ่าตัดเสร็จก็ย่อมมีความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อได้ แต่การฉีดฟิลเลอร์ แทบจะไม่มีเรื่องผลกระทบระยะยาว หรือแม้กระทั่งการอักเสบของแผลก็แทบไม่มีเลย

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก

การฉีดฟิลเลอร์ ปาก ก็มีข้อเสียบ้างเหมือนกัน โดยมีข้อเสียอย่างไรบ้างนั้นก็ต้องมาดูกันเลย

1.ไม่ถาวร

เพราะสารฟิลเลอร์ จะอยู่ได้เพียง 5-6  เดือน อย่างมากก็คือ 1 ปี ซึ่งผู้ที่รับการเข้าใช้บริการต้องคอยเติมเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลา จึงค่อนข้างสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก

2.ทานของร้อนๆไม่ได้

เมื่อฉีดมาใหม่ๆ แพทย์จะแนะนำไม่ให้ทานของร้อน เพราะตัวฟิลเลอร์จะละลายเร็วกว่ากำหนด หรือแม้กระทั่งของที่มีรสเผ็ดจัดๆ ก็ไม่ควร เพราะรูปปากอาจเสียทรงได้

ฉีดแล้วสามารถอยู่ได้นานกี่เดือน

ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่มีอายุสั้น เมื่อฉีดเข้าร่างกายไปแล้วจะมีระยะเวลาที่อยู่คือ ประมาณ 5- 6 เดือน แต่หากผู้เข้าใช้บริการมีการดูแลที่ดี ก็จะอยู่ได้เต็มที่ 1 ปีเลยทีเดียว ในทางกลับกันหากผู้เข้าใช้บริการ ไม่ดูแลทานของไม่ระวังก็จะทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดไปละลายเร็วขึ้น

ทำไมการฉีดฟิลเลอร์ปากจึงเป็นที่นิยม

1.ราคาถูก

ถึงแม้การฉีดฟิลเลอร์จะต้องมีการเติมอยู่เรื่อยๆ แต่นับว่าการเข้ารับบริการแต่ละครั้งค่อนข้างถูกกว่าการที่ต้องไปนอนขึ้นเขียงผ่าตัด และการฉีดฟิลเลอร์หากคุณไม่ชอบรูปปากที่ฉีดไปแล้ว คุณสามารถแก้ไขได้ด้วยการให้แพทย์ฉีดสารละลายฟิลเลอร์ หรือคุณจะรอให้สลายไปเองก็ได้

2.ไม่มีการตัดเนื้อปาก

เพราะการฉีดฟิลเลอร์เป็นการเติมสารทดแทนเข้าไป จึงไม่ต้องมีการตัดเนื้อปากส่วนใดๆ ออก ซึ่งวิธีนี้ ในกรณีที่มีการผ่าตัดทำปากกระจับมาหากผู้เข้าใช้บริการไม่ชอบที่มีเนื้อปากบางยังสามารถเติมเต็มได้ แต่ต้องไม่ตัดมาจนบางถึงขั้นพังพืดยึดติดจนไม่เหลือที่ว่างให้ตัวฟิลเลอร์เข้าไปได้ จึงต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ด้วย

3.เจ็บตัวน้อย

เพราะการฉีดฟิลเลอร์นั้นจะใช้ยาชาเฉพาะจุด เมื่อมีอาการชาแพทย์จะฉีดสารเติมเต็มเข้าไป เพื่อปรับรูปปากให้ได้ตามที่ต้องการ แพทย์จะทำการเปรียบเทียบและมากจุดว่าต้องฉีดตรงไหนบ้างเพื่อให้ปากได้รูปที่เหมาะสม

4.พักฟื้นไม่นาน

เมื่อฉีดเสร็จ ผู้เข้ารับบริการสามารถที่จะกลับบ้านหรือไปเดินเล่นต่อได้เลย ระวังแค่เพียงการทานอาหารอย่าเพิ่งทานของร้อนหรือของเผ็ด เพราะจะทำให้รูปปากเสียได้ ผิดกับการผ่าตัดทำปากกระจับที่ต้องใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน และทานได้แต่ของอ่อนๆ และต้องคอยระวังไม่ให้แผลอักเสบอีกด้วย

ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก

มาดูกันสิว่า มีใครบ้างที่ควรฉีดฟิลเลอร์ปาก ได้แก่

1.คนมีอายุ

ริมฝีปากเมื่อตอนยังวัยรุ่นจนถึงวัยสาวนจะเต่งตึงเมื่อทาลิปสติกก็ยังดูสวยไม่มีการตกร่องเมื่อกินข้าวกินน้ำอย่างมากก็จะหายไปพร้อมๆกัน หรือเหลือไว้จางๆพอน่ารัก แต่เมื่ออายุมากขึ้นพอทานอะไรก็แล้วแต่ มักจะเหลือลิปสติกไว้ตามร่องให้เจ็บใจเล่น จนต้องคอยเติมลิปสติกบ่อยๆ

2.ผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากมีริ้วรอยก่อนวัย

ในบางคนอายุยังไม่ถึงวัยแต่อาจเกิดจากหลายๆปัจจัยจึงทำให้ริมฝีปากที่ควรจะเต่งตึงกลับมีริ้วรอยไม่สวยงาม ไม่เต่งตึงเหมือนคนวัยเดียวกัน

3.ผู้ที่ทำปากกระจับมาแล้วเล็กเกินไป

สำหรับคนที่ไปทำศัลยกรรมปากกระจับมาแล้วมีความรู้สึกว่า ปากเล็กเกินกว่าที่คิดไว้ แต่ในกรณีนี้แพทย์ต้องตรวจสอบอย่างชัดเจนเพราะการทำศัลยกรรมปากกระจับนั้น จะก่อให้เกิดพังพืดที่ริมฝีปาก หากพังพืดนั้นมีมากและมีการดึงยึดริมฝีปากมากจนเกินไปก็ไม่สามารถที่จะฉีดฟิลเลอร์ได้ แต่หากแพทย์ตรวจสอบแล้วว่ายังพอมีพื้นที่เพื่อใช้สารเติมเต็มได้อยู่ แพทย์จะวินิจฉัยทำให้แต่ต้องปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการและไม่ควรฝืนทำหากแพทย์แจ้งมาไม่สามารถทำให้ได้

คุณอาจเคยได้ยินข่าวเรื่องหมอกระเป๋าที่รับฉีดฟิลเลอร์ปากที่บ้านกันมาบ้าง นั้นเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ควรระวัง เพราะในสมัยก่อนการฉีดฟิลเลอร์ยังมีราคาค่อนข้างแพงกว่าปัจจุบัน จึงเกิดเป็นหมอกระเป๋าที่นำฟิลเลอร์ที่ไม่มีมาตราฐานไปฉีดให้ตามคอนโดฯ ที่พักอาศัย ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะหากมีข้อผิดพลาด คุณจะไม่สามารถหาผู้รับชอบได้เลย และยังอันตรายอย่างมาก เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าที่นำมาฉีดให้นั้นเป็นของจริงหรือไม่

ในการทำหัตถการ หรือศัลยกรรมใด ๆ ก็แล้วแต่ ผู้เข้าใช้บริการอย่างน้อยต้องมีความรู้สักนิดหน่อยก่อนเข้าใช้บริการ แล้วผู้เข้าใช้บริการไม่ควรใช้บริการกับหมอกระเป๋า เพราะอาจทำให้เกิดการผิดรูปของริมฝีปากได้ ควรเข้ารับการใช้บริการจากคลินิกหรือโรงพยาบาลที่เชื่อถือได้เท่านั้น