มีนาคม 22, 2020 By Jesse Morrison Off

ตัวช่วยในการตัดสินใจ ฉีดฟิลเลอร์ กับฉีดไขมัน แบบไหนที่ใช่กับคุณ

สำหรับการฉีดสารเติมเต็มนั้น มีจุดประสงค์นั่นก็คือ เพื่อช่วยทำให้ผิวหนังในบริเวณ ที่มีริ้วรอยร่องลึกต่างๆ เกิดความอิ่มฟูขึ้นมา เพราะว่าริ้วรอยร่องลึกต่างๆ นั้น เมื่อเกิดขึ้นบนใบหน้าของคุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใดก็ตาม ก็จะส่งผลทำให้ใบหน้าโดยรวมนั้น แลดูโทรมลงและแลดูมีอายุมากขึ้น โดยผู้รับเข้ารับบริการบางคนมีริ้วรอยตีนกาเพียงแค่บางแห่ง กระจายบนผิวหน้าเท่านั้น หากแต่ผู้เข้ารับบริการบางคน ก็มีริ้วรอยบนใบหน้า เพียงแค่ไม่กี่แห่ง แต่ในแต่ล่ะแห่งนั้น กลับฝังรากลงลึกมาก จนกระทั่งทำให้ไม่อยากจะส่องกระจก ไม่อยากจะออกไปไหน เพราะว่าไม่มีความมั่นใจในผิวหน้าของตัวเอง

สำหรับวันนี้ เราได้หาวิธีที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ให้คุณผู้อ่านกันแล้วค่ะ นั่นก็คือ การฉีด ฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน นั่นเอง ซึ่งเป็นการฉีดสารเติมเต็ม ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันทั้งคู่ หากแต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป แต่ก็มีจุดประสงค์เดียวกันนั่นก็คือ ทำให้ผิวหน้าของคุณนั้น ได้รับการเติมเต็มขึ้นมานั่นเอง สำหรับคำถามที่ว่า ฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน วันนี้เราก็ได้นำคำตอบมาฝากคุณผู้อ่านกันแล้ว

การฉีดฟิลเลอร์ กับฉีดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน

ฉีดไขมัน คือ การใช้สารเติมเต็ม ที่มาจากไขมันซึ่งอยู่ในร่างกายของผู้เข้ารับบริการ จากจุดที่มีไขมันอุดมสมบูรณ์ ไปเติมอีกจุดหนึ่ง เช่น บริเวณใบหน้า เพื่อทำให้เซลล์ไขมันนี้ สามารถมีชีวิตอยู่ได้ภายในร่างกายของผู้เข้ารับบริการเองอีกครั้ง ทำให้ร่างกายเกิดการต่อต้านน้อยมากๆ อันเนื่องจากมาจากร่างกายของตัวเองนั่นเอง เปรียบเสมือนการถ่ายเนื้อเยื่อ

ข้อดีของการฉีดไขมัน

  • เมื่อเทียบราคาต่อ CC แล้ว จะถูกกว่าการฉีดฟิลเลอร์
  • เป็นการใช้ไขมันของผู้เข้ารับบริการเองมาฉีด ซึ่งช่วยลดไขมันส่วนเกินในบริเวณนั้นได้ และก็นำไขมันที่ดูดออกมานั้นไปใช้ประโยชน์ในร่างกายของตัวเองอีกทีหนึ่ง ไม่มีเสียของ ถ้าไขมันของผู้เข้ารับบริการนั้น เป็นไขมันดี มีคุณภาพ ก็จะมีประโยชน์มาก เพราะจะช่วยในการฟื้นฟูบำรุงผิว ให้เกิดความชุ่มชื้น กระจ่างใส ลดรอยย่น รอยยับ ลดริ้วรอยร่องลึกต่างๆ และช่วยในการแก้ไขปัญหารูขุมขนที่มีขนาดใหญ่ ให้เล็กลง ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อด้อยของการฉีดไขมัน

  • จะต้องเจ็บ 2 ที่ คือ เจ็บในบริเวณที่ดูดไขมันออกมา กับเจ็บในบริเวณที่ฉีดไขมันเข้าไป เพราะฉะนั้นจะต้องมีการดูแลแผลทั้ง 2 ที่นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ
  • ไขมันจะมีสสารค่อนข้างใหญ่ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่ต้องใช้เข็มที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้รู้สึกเจ็บกว่า และจากแผลที่มีขนาดใหญ่นี่เอง จึงทำให้ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าการฉีดฟิลเลอร์
  • ถ้าผู้เข้ารับบริการมีน้ำหนักตัวผอมบางจนเกินไป หรือเป็นผู้มีอายุมาก ไขมันที่ออกมานั้น ก็จะไม่ค่อยมีคุณภาพดีเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้น เมื่อได้ไขมันที่มีคุณภาพออกมาแล้ว ก็จะทำให้เซลล์บางเซลล์นั้น เมื่อนำใส่กลับเข้าไปใหม่ เซลล์ก็จะตายคงอยู่รอดไม่ได้ เพราะฉะนั้น เมื่อฉีดไขมันเข้าไปในครั้งแรกอาจจะเติมเต็มพื้นที่ได้ 100% แต่เมื่อเซลล์ค่อยๆ ตายไปอันเนื่องมาจากไขมัน ไม่มีคุณภาพก็จะทำให้ภายในระยะเวลา 3 เดือน ไขมันจาก 100% จะเหลือเพียงแค่ 30 – 20 % เท่านั้น

ฟิลเลอร์ สำหรับการฉีดฟิลเลอร์นี้ มาจากสาร HA ซึ่งเป็นสารสกัด ที่ได้มาจากธรรมชาติ นำมาผ่านกระบวนการวิธีคัดกรองแบบพิเศษพร้อมทำให้เกิดความปลอดภัย ต่อร่างกายของมนุษย์ โดยมีคุณสมบัติพิเศษ ก็คือ มีความปลอดภัยต่อผิวมาก เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นสารที่มาจากภายนอก หากแต่ก็มาจากธรรมชาติ ทำให้มีความเข้ากันกับร่างกายของมนุษย์ ได้ดีเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  • เจ็บน้อยกว่า เพราะรูเข็มมีขนาดเล็กกว่า แผลสามารถหายได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้เกิดแผลเป็นภายนอกแต่อย่างใด
  • สามารถแก้ไขปัญหาได้ในทุกจุดของใบหน้า แม้แต่บริเวณใต้ตา ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นประสาทรวมกันอยู่เยอะ รวมทั้งดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะ ที่มีความอ่อนแอมาก ก็สามารถทำหัตถการประเภทนี้ได้เช่นเดียวกัน
  • ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น เนื่องจากอย่างที่เราได้กล่าวเอาไว้แล้วว่า ขนาดของเข็มฟิลเลอร์ มีขนาดเล็กมาก จึงทำให้ใช้เวลาในการฉีดเพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น ในส่วนของความปลอดภัยนั้น ก็ไม่ต้องเป็นกังวลเลย เพราะแทบพบได้น้อยมาก เนื่องจากว่าเป็นสารที่สกัดมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง

ข้อด้อยของการฉีดฟิลเลอร์

  • เมื่อเทียบราคาต่อ CC แล้วจะมีราคาสูงกว่าการฉีดไขมัน
  • ผู้เข้ารับบริการบางคนอาจจะมีอาการปวด บวม แสบ อยู่ภายในชั้นผิว แต่อาการแบบนี้ จัดเป็นอาการปกติซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองภายในระยะเวลา 2-3 วัน แต่ถ้าเกินมากกว่านี้ ก็จะต้องมาเข้ามาพบคุณหมอ เพื่อหาทางแก้ไขต่อไป

สำหรับคำถามที่ว่าการฉีดฟิลเลอร์กับการฉีดไขมันอันไหนดีกว่ากัน ซึ่งการทำหัตถการที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นต่างมีข้อดีและข้อด้อยที่แตกต่างกัน แต่มีจุดประสงค์เดียว คือ เพื่อใช้ในการตอบโจทย์ความต้องการ รวมทั้งตอบสนองข้อจำกัด ของผู้เข้ารับบริการบางคนที่มีความแตกต่างกันด้วย เพราะฉะนั้นแล้วกับคำถามที่ว่า ฟิลเลอร์กับฉีดไขมันไหนดีกว่ากัน ก็คงจะตอบไม่ได้ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้เข้ารับบริการบางคน ฉีดไขมันออกมาแล้วหน้าเป๊ะ สวย คงทนมาก และไขมันนี้ก็ไม่ได้ยุบตัวลงไปง่าย ๆ เป็นผู้เข้ารับบริการเป็นคนที่ดูแลตัวเองดีในระดับหนึ่ง ก่อให้เกิดไขมันดีซึ่งเป็นไขมันที่มีมาตรฐาน ทำให้ไม่ต้องฉีดฟิลเลอร์ซ้ำทุก ๆ 12 – 18 เดือน ก็จะสามารถทนอยู่ได้อย่างยาวนานเลย ถ้าคุณผู้เข้ารับบริการไม่น้ำหนักลดลงไปเสียก่อน

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เข้ารับบริการบางคน ที่มีน้ำหนักตัวน้อยมากแถมมีอายุมากแล้ว ก็อาจทำให้ไขมันที่ดูดออกมา ถึงจะอยู่รอดมาได้ แต่ก็จัดอยู่ในไขมันที่ไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นเมื่อฉีดไปแล้ว สุดท้ายไขมันก็จะหายไปอยู่ดี ก็จะทำให้การฉีดไขมันนั้นไม่เห็นผล แถมเสียเงินและเจ็บตัวฟรีอีกด้วย

เพราะฉะนั้นคำตอบที่เราจะนำมาตอบ เพื่อให้คุณผู้อ่านนั้น เกิดความมั่นใจในวันนี้ก็คือ ฟิลเลอร์กับไขมันจับฉีดไขมันอันไหนดีกว่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้เข้ารับบริการแต่ละบุคคล เพราะว่าแต่ละคนนั้น ถึงแม้จะมีปัญหาริ้วรอย แต่ก็มีปัญหาริ้วรอยต่างกัน บางคนริ้วรอยที่ไม่พึงประสงประสงค์ปรากฏมาเพียงแค่บาง ๆ และจา งๆ เท่านั้น หากแต่บางคนก็มีริ้วรอยร่องลึกในระดับสูง นอกจากนี้ก็มีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอายุ, การใช้ชีวิต, น้ำหนักร่างกาย, สภาพผิวต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ที่จะตอบคำถามคุณได้ดีที่สุด ก็คือ คุณหมอที่คุณจะต้องเข้าไปนั่งปรึกษานั่นเอง โดยให้คุณหมอทำการวิเคราะห์รูปหน้าของคุณ พร้อมทั้งสอบถามประวัติของคุณ เพื่อจะได้นำมาวิเคราะห์หาทางรักษา ให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด เพราะว่าจรรยาบรรณของแพทย์แล้ว ก็ต้องมีเจตนาดี ย่อมทำให้ผู้รับบริการ ได้ผลตามอย่างที่คุณต้องการ ในราคาที่มีความสมเหตุสมผล ไม่เน้นการขายของมากเกินไป

เพราะฉะนั้นคุณผู้อ่านเอง ก็อย่าลืมมองหาคลินิกที่มีคุณภาพ พร้อมสืบประวัติคุณหมอ ที่มีประสบการณ์ ชั่วโมงบินสูง มีลูกค้าให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ในราคาที่คุณไหว แต่ทั้งนี้คุณผู้อ่านก็ต้องเช็คให้ละเอียดรอบคอบด้วยนะคะว่า ผลงานที่ทางคลินิกนำมาลงนั้น เป็นผลงานของคุณหมอท่านนั้นจริงไหม เพราะบางครั้ง ในสถานเสริมความงามหนึ่งแห่ง ก็ประกอบไปด้วยคุณหมอหลายคน และคุณหมอในแต่ล่ะคนต่างก็มี เทคนิครวมทั้งความถนัดที่แตกต่างกันไป คุณต้องการปรับรูปหน้าส่วนไหน ด้วยเทคนิคอันใด ก็อย่าลืมศึกษาความชำนาญของคุณหมอในแต่ล่ะท่านให้ดีด้วยนะ