thermage
มีนาคม 26, 2020 By Jesse Morrison Off

ความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera

อย่างที่เราได้กล่าวมาแล้วว่า ทำไมถึงต้องมีการทำหัตถการประเภท ที่ช่วยในการยกกระชับใบหน้าในหลายๆ ตัวด้วย ซึ่งก็เป็นเพราะว่า เครื่องทำหัตถการในการช่วยยกกระชับใบหน้านั้น ในแต่ละตัวต่าง ก็มีความสามารถที่แตกต่างกันไป อีกทั้งยังเจาะลึกถึงชั้นผิวหนังที่แตกต่างกันไปอีกด้วย คุณผู้อ่านอาจจะนึกว่าถ้าเช่นนั้น

แสดงว่ายิ่งเครื่องตัวไหนเจาะลึกลงไปใต้ชั้นผิวได้ลึกที่สุด ก็แสดงว่าเครื่องนั้น ยิ่งดีกว่าเครื่องตัวอื่นๆ ใช่หรือไม่? คำตอบคือไม่ใช่เลยค่ะ เนื่องจากผู้เข้ารับบริการแต่ละคนนั้นมีสภาพปัญหาของผิวที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะมีผิวที่กระชับแล้วแต่มีส่วนเกินเพียงนิดหน่อย หรือผู้เข้ารับบริการบางคน

มีความหย่อนคล้อยของชั้นผิวค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นในแต่ละเครื่องต่างก็มีหน้าที่ที่เหมาะสมกับตัวเองแตกต่างกันไป ซึ่งก็ต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ใบหน้าของคุณถึงจะออกมาสวยสมความปรารถนาค่ะ เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณพูดงานจะสนใจเข้ารับบริการทำหัตถการ

ก็อย่าลืมคำนึงถึงความต้องการของตัวเองก่อนนะคะว่าต้องการปรับปรุงพัฒนาใบหน้าของตัวเองให้เป็นไปในทิศทางไหน และก็นำคำถามเหล่านี้ไปปรึกษาคุณหมอ คุณผู้อ่านก็จะได้รับแนวทางในการยกกระชับใบหน้าของตัวเอง ให้เกิดความสร้างสรรค์มากที่สุดค่ะ

ความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera เป็นอย่างไร

เมื่อพูดถึงหลักการของเครื่องหัตถการอย่าง Thermage กับ ulthera นั้นมีความคล้ายคลึงกันมากเลยทีเดียวเชียว เพราะฉะนั้นจึงต้องมาเจาะลึกความแตกต่างของทั้ง 2 ประเภทนี้ กันไปตามแต่ล่ะขั้น

Thermage

สำหรับเครื่องมือตัวนี้ ไม่ใช่ของใหม่แต่อย่างใด หากแต่เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งคิดค้นมาในปี 2000 แล้ว หากแต่เทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ เป็นเทคโนโลยีที่ได้มีการพัฒนา พร้อมปรับปรุงจนกระทั่งเกิดความทันสมัยและปลอดภัยแล้วนั่นเอง ด้วยการนำเทคโนโลยีความถี่ Radio Frequency ที่ช่วยในการเจาะจงตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

โดย ณ ปัจจุบันต่างก็มีการพัฒนาขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ จนทำให้เกิดประสิทธิภาพกระตุ้นได้อย่างล่ำลึก ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ ไปจนกระทั่งลึกขึ้นจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ ที่เรียกว่า SMAS ช่วยในการแก้ปัญหา ในเรื่องของเส้นใยคอลลาเจน ที่อ่อนแอหย่อนคล้อย กลับมามีความแข็งแรงและขึงตึงได้อย่างดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยในการจัดระเบียบใหม่ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera เป็นอย่างไร

จุดเด่นของ Thermage

Thermage Thermage คือ คลื่นวิทยุ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการทะลุทะลวง ก็ยังไม่อาจสู้คลื่นเสียงได้ แต่อย่างไรก็ตามคลื่นเสียงชนิดนี้มีความพิเศษ คือ ทำให้ชั้นไขมันสลายตัวได้ดีมาก เพราะฉะนั้นจึงเหมาะกับผู้เข้ารับบริการ ที่มีปัญหาในเรื่องของริ้วรอยขนาดเล็ก ผิวไม่กระชับ ผิวเหี่ยวเพราะลดน้ำหนักเร็ว จะเหมาะกับการทำ เทอร์มาจ มากกว่า

โดยความแตกต่างระหว่าง thermage กับ ulthera ผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของ กล้ามเนื้อไม่กระชับ, ผิวหย่อน, ริ้วรอยเยอะ เหมาะกับการทำ Ulthera มากกว่า

ต่อมาเมื่อนำมาเปรียบเทียบในเรื่องของ ความพึงพอใจ ในเรื่องของผลในการรักษาของผู้เข้ารับบริการ จะเห็นผลลัพธ์ได้ว่า เทอร์มาจ ได้รับความนิยมมากกว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังมีราคาจะถูกกว่าการทำ Ulthera มาก

ความแตกต่างระหว่าง เทอร์มาจ กับ ulthera แล้วตกลงอะไรดีกว่ากัน?

ตอบตามความจริง ไม่มีการทำหัตถการประเภทไหนดีไปกว่ากัน เนื่องจากในแต่ละตัวนั้น ต่างก็มีข้อดีที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นจึงเหมาะกับแต่ละคนที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมาทำความเข้าใจ ในเรื่องของความแตกต่างระหว่าง เทอร์มาจ กับ ulthera กันให้มากขึ้นจะดีกว่า

เทคโนโลยีกระชับผิว จะออกฤทธิ์ใน 2 ชั้น ได้แก่

  • ชั้นที่ 1 คือ บริเวณชั้นหนังแท้ ซึ่งมีการสะสมรวมตัวของ Elastin และคอลลาเจนอยู่เยอะ ซึ่งการทำ เทอร์มาจ จะช่วยในการออกฤทธิ์ ได้ตลอดชั้นของคอลลาเจนแบบเต็มประสิทธิภาพ แต่ Ulthera ไม่อาจทำได้
  • ชั้นที่ 2 คือ ชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ซึ่งอยู่ในระดับที่ลึกมาก ในอดีตจะพบกับชั้นนี้ได้ จากการผ่าตัดทำศัลยกรรมเท่านั้น โดยคลื่นวิทยุของ เทอร์มาจ ทะลวงเข้าไปอย่างไม่ไหลลื่นเท่ากับคลื่นเสียงแบบ Ulthera ทำให้เกิดความตึงกระชับของกล้ามเนื้อ ช่วยในการยกกระชับได้เป็นอย่างดี

สรุปแล้ว ความแตกต่างระหว่าง เทอร์มาจ กับ ulthera ต่างก็ให้ประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวที่พอๆ กัน แต่ในผู้เข้ารับบริการที่ใบหน้ามีชั้นไขมันหนา การทำ Ulthera ไม่ค่อยตอบโจทย์ของคุณสักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นคุณหมอ ก็แนะนำ ให้คุณทำ เทอร์มาจ เสียมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม Ulthera ก็จะได้ผลดีมากกว่า ในการยกกระชับบริเวณช่วงกราม

และหน้าผาก นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนนั้นก็ คือ Ulthera ไม่อาจทำบริเวณเปลือกตาและริมฝีปากได้ แต่ Thermage สามารถทำได้ ความแตกต่างระหว่าง เทอร์มาจ กับ ulthera ถึงแม่จะมีอย่างที่เราได้กล่าวมา แต่อย่างไรก็ตาม การทำหัตถการทั้ง 2xระเภทนี้ สามารถทำควบคู่กันได้ ซึ่งข้อดีก็คือจะทำให้เห็นผลดีมากขึ้นอีกด้วยนั่นเอง

มีด้วยหรือ เครื่องรุ่นใหม่ นำ ความแตกต่างระหว่าง เทอร์มาจ กับ ulthera มาไว้ในเครื่องเดียว?

ถ้าคุณเคยได้ยินข่าวโคมลอยนี้มาบ้าง ขอบอกเลยว่าไม่มี! เด็ดขาด อาจจะเป็นโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหลอกผู้ที่อยากเสริมความสวยงามก็ได้ ให้ระวังไว้!

ความแตกต่างระหว่าง เทอร์มาจ กับ ulthera thermage

ความแตกต่างระหว่าง เทอร์มาจ กับ ulthera thermage เหมาะกับฝรั่ง ส่วน ulthera เหมาะกับคนไทย

สำหรับข้อมูลในส่วนนี้ก็ไม่จริงเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากชั้นผิวหนังของมนุษย์ล้วนเหมือนกันหมด ซึ่งในส่วนของชั้นผิว ก็จะเริ่มตั้งแต่ Dermis, epidermis และ SMAS เหมือนกันหมด แต่สำหรับข้อมูลที่กล่าวว่า คนไทยมักจะพบไขมันที่แก้มเยอะกว่า ข้อมูลนี้ก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง หากแต่อย่างไรก็ตาม ยังมีคนไทยอยู่หนึ่งกลุ่มที่มีลักษณะแก้มตอบ ไร้ไขมัน ก็เหมาะกับการทำ Ulthera มากกว่า

เทอร์มาจ รุ่นใหม่ไม่เจ็บ?

สำหรับข้อมูลนี้ไม่จริงอีกแล้ว ซึ่งก็ต้องของบอกอีกครั้งว่า ก่อนทำต้องเตรียมใจ เนื่องจากการทำ เทอร์มาจ ถึงแม้จะเป็นรุ่นใหม่ หากแต่อย่างไรก็ต้องทายาชาอยู่ดี เนื่องจากยังมีความเจ็บอยู่บ้าง ไม่ให้มีความรู้สึกนั่นก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพียงแต่จะมีความต่างในเรื่องของการเจ็บมาก เจ็บน้อย อยู่นั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง เทอร์มาจ กับ ulthera ทำเพียงครั้งเดียว สามารถอยู่ได้นานยาวๆ 2-3 ปี

คลินิกที่มีคุณภาพจะตามงาน 1 – 3 เดือน หลังการทำไป แต่ในบางจุดถ้าผู้เข้ารับบริการยังไม่พอใจ ก็สามารถยิงซ้ำได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับบางกรณีไป แต่ถ้าจะให้ฟันธงว่าอยู่ได้นานถึง 3 ปีนั้นก็คงไม่ขอฟันธง

เนื่องจากในส่วนของปัจจัยอีกประการหนึ่งที่มีความสำคัญพอๆ กับฝีมือของคุณหมอก็คือ การดูแลตัวเองของผู้เข้ารับบริการ ถ้าผู้เข้ารับบริการดูแลตัวเองดี ก็จะทำให้ผลอยู่นานตามไปด้วยนั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง เทอร์มาจ กับ ulthera นั้นมีผลข้างเคียงไหม?

ทั้ง 2 ประเภทในการทำหัตถการ สามารถพบผลข้างเคียงที่พบได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ มีรอยแดงหรืออาการบวมเล็กน้อยปรากฏขึ้นมา ตามบริเวณที่ทำ หากแต่อย่างไรก็ตามร่องรอยเหล่านี้ ก็จะหายไปภายในระยะเวลาไม่นาน ทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ ไม่ต้องพักฟื้นนาน

ความแตกต่างระหว่าง เทอร์มาจ กับ ulthera อยู่นานเท่าไหร่

สำหรับการทำหัตถการทั้ง 2 ประเภทนี้ ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันเท่าไหร่ โดยหลังจากที่ทำเสร็จ ก็จะเห็นผลได้ในหทันที ประมาณ 30% และจะเห็นผลเต็มที่ ภายในระยะเวลา 3-6 เดือน หลังจากจากนั้นผลลัพธ์ก็จะคงที่อย่างต่ำ 1-2 ปี ซึ่งก็ขึ้นกับการดูแล รวมทั้งรักษาสภาพผิวอย่างที่เราได้กล่าวเอาไว้ในข้างต้นนั่นเอง

และนี่ก็คือความแตกต่างของ เทอร์มาจ กับ ulthera ที่เรานำมาฝากคุณผู้อ่านกันในวันนี้นะคะ ในเมื่อคุณผู้อ่านมีความรู้เพิ่มมากขึ้นแล้วว่า การทำหัตถการระหว่างทั้ง 2 ตัวนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไร

ก็อย่าลืมนำไปใช้ในการตัดสินใจว่า ต้องการแก้ไขในจุดบกพร่องใดมากที่สุด เพื่อที่ว่าจะได้คุ้มค่าเงิน, คุ้มค่าเวลา, เห็นผลและสร้างความสวยได้ ออกไปใช้ชีวิตอย่างมั่นใจในทุกๆ วันเลยค่ะ