มีนาคม 22, 2020 By Jesse Morrison Off

ข้อห้ามก่อนฉีดฟิลเลอร์ ยาและอาหารอะไรบ้างที่ต้องงด

ในการฉีดฟิลเลอร์ถึงแม้เป็นสารเติมเต็ม แต่คุณรู้หรือไม่ว่ายังมียาบางชนิดที่เป็นข้อห้ามโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อชีวิต อันตรายถึงชีวิตแบบนี้ อะไรเป็นข้อห้ามก่อนการฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นสิ่งที่คุณควรรู้ ซึ่งมีทั้งเรื่องยา อาหาร และบุคคลประเภทไหนที่ต้องห้ามฉีดฟิลเลอร์

ยาอะไรบ้างต้องงดก่อนฉีดฟิลเลอร์

ข้อห้ามก่อนฉีดฟิลเลอร์ คือการงดการกินยาบางตัว บางชนิด เหตุเพราะมีผลข้างเคียง ขัดขวางการทำงานระหว่างกัน

1.ยาประเภทแอสไพริน

แอสไพริน เป็นยาที่ช่วยลดอาการปวด แก้อับเสบ แก้ปวดประจำเดือน แก้ปวดหัวได้ แต่ในตัวยาแอสไพรินนั้นจะเป็นยาที่ต้านเกล็ดเลือด และเพราะเป็นยาที่ลดการเกิดลิ่มเลือด นั้นหมายความว่าเลือดจะมีการแข็งตัวช้าซึ่งอาจทำให้เวลาฉีดฟิลเลอร์มีปัญหาได้

2.กลุ่มยาที่ต้านการอักเสบNSAIDS

เพราะเป็นยาที่ใช้รักษาอาการปวดต่างๆ ลดไข้ และยังใช้รักษาโรคเกี่ยวกับไขข้อต่างๆ โรคเกาต์ โรครูมาตอย ปวดไมเกรน ปวดกระดูก กล้ามเนื้อ แต่ตัวยาชนิดนี้มีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก เช่น เส้นเลือดในสมองแตก เลือดออก หัวใจวาย ผลค้างเคียงน่ากลัวมาก ดังนั้นหากคุณรู้ตัวว่ารับประทานยาประเภทนี้ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์

สิ่งที่ห้ามกินก่อนฉีดฟิลเลอร์

ข้อห้ามก่อนฉีดฟิลเลอร์ ในเรื่องของอาหาร ก็มีสิ่งที่ห้ามกินดังต่อไปนี้

1.อาหารเสริม

– ประเภทใบกิงโกะ เพราะในใบกิงโกะ มีสารฟราโวนอยด์และเทอร์พีน มีผลกระทบต่อหลอดเลือดโดยตรง โดยจะยับยั้งสารที่ทำให้เกล็ดเลือดแข็งตัว หากรับประทานเป็นประจำจะทำให้เกิดภาวะเลือดแข็งตัวช้า ซึ่งอันตรายต่อการฉีดฟิลเลอร์

– น้ำมันอิฟนิงพริมโรส หากเป็นคนที่ทานน้ำมันตัวนี้อยู่แล้วและยังทานควบคู่กับการทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด อาจทำให้เวลาฉีดฟิลเลอร์ เกิดการช้ำเป็นจ้ำได้

– น้ำมันปลา โอเมก้า-3 ในน้ำมันปลาจะเป็นตัวจับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดหยุดไหลยาก ซึ่งเมื่อมีการฉีดฟิลเลอร์จะทำให้เกิดความเสี่ยงได้ และยังทำให้เกิดรอยจ้ำแดง หายช้า ดังนั้นถ้าจะฉีดฟิลเลอร์ก็ห้ามกินน้ำมันปลาเด็ดขาด

2.วิตามินบางชนิด

เช่น วิตามินอี เพราะวิตามินอีจะส่งผลให้เลือดไม่หยุดไหล หากมีการใช้ร่วมกับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะมีความเสี่ยงเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งเสี่ยงอันตรายเพราะหากลิ่มเลือดนั่น ไม่สลายไปแล้ววิ่งเข้าเข้าปอดจะทำให้เกิดเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด ซึ่งสามารถทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว

3.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เลือดสูบฉีด จึงอาจทำให้เกิดรอยช้ำและเลือดไหลมากกว่าปกติในขณะที่ฉีดได้ เมื่อฉีดเสร็จก็จะทำให้เกิดแดง บวม เห่อ ผู้เข้ารับการบริการอาจตกใจได้ว่าทำไมถึงได้บวมแดงนานถึงขนาดนี้ ในขณะที่คนอื่น แค่ไม่กี่วันก็หายแล้ว ดังนั้นถ้าไม่อยากให้มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น ก็อย่าได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนไปฉีดฟิลเลอร์เลยเชียว

4.ยาทาประเภทผลัดเซลผิว

ไม่ได้ว่าเป็นของทาน แต่เป็นยาที่ใช้ภายนอกแต่ส่งผลกับการฉีดฟิลเลอร์เช่นกัน จะเป็นยาประเภทเรติน เอ ซึ่งมีความเป็นกรดจะถูกผสมให้ยาทาสิว หรือครีมประเภทที่ใช้ลดรอยแผลเป็นและรอยเหี่ยวย่น เพราะยาทาที่มีส่วนประกอบของสารนี้จะทำให้เกิดการผลัดเซลล์จะทำให้ผิวมีความบาง และเป็นตัวช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ หากไม่ได้เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ย่อมทำให้ผิวสวยอย่างแน่นอน แต่หากต้องมีการฉีดฟิลเลอร์จะทำให้เห็นรอยเข็ม และก่อให้เกิดรอยช้ำได้ง่าย และยังเสี่ยงกับการแพ้อีกด้วย

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ไม่ควรทำอะไรบ้าง

การออกกำลังกายหนัก ๆ เช่น คาดิโอ หรือการออกกำลังกายแบบใดๆที่ทำให้เกิดการสูบฉีดของโลหิต เพราะอาจทำให้เส้นเลือดฝอยแตก และเมื่อทำการฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วจะส่งผลให้หน้าหรือจุดที่ฉีดมีการบวมแดงได้ รวมถึงการเข้าซาวน่า เพราะการเข้าซาวน่าจะทำเป็นการขยายหลอดเลือด เพราะความร้อนดังนั้นก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรงดก่อน 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์

บุคคลต้องห้ามไม่ควรฉีดฟิลเลอร์          

1.หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร

ในด้านการใช้ยา หรือฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้มีผลอะไรมาก เพียงแต่ปัญหาที่จะตามมาเป็นปัญหาทางด้านจิตใจ ซึ่งแรกเริ่มที่ทำคุณแม่อาจจะรับได้ แต่เมื่อกลับไปอยู่บ้านแล้วหรือมีคนรอบข้างทักมา ว่าทำได้หรอ หลายๆอย่างเข้าจะเกิดเป็นความไม่สบายใจ ในรายที่ตั้งครรภ์อาจก่อให้เกิดภาวะความเครียด ในรายที่ให้นมบุตรอาจมีภาวะทางจิตใจจนทำให้น้ำนมไม่ผลิต จะทำให้น้ำนมขาดได้ ซึ่งแพทย์จะแนะนำว่าหากต้องการทำจริง ๆ ก็ขอให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปเสียก่อน

3.ผู้ที่ต้องให้ยาเกี่ยวกับโรคเลือด

ผู้เป็นโรคเกี่ยวกับลิ่มเลือดที่ต้องใช้ยาสลายลิ่มเลือด หรือผู้ที่ต้องใช้ยาบำรุงเกี่ยวกับเลือดต่างๆ เพราะการฉีดฟิลเลอร์เป็นการเจาะทะลุผ่านชั้นผิวหนังเพื่อฉีดสารเติมเต็มเข้าสู่ร่างกาย หากมีการใช้ยาที่สลายลิ่มเลือด หรือการชะลอการแข็งตัวของเลือด อาจทำให้เกิดเลือดออกจากจุดที่ฉีดฟิลเลอร์เข้าไปได้

อันตรายแค่ไหน หากไม่ทำตามข้อห้ามเหล่านี้

อันตรายที่จะเกิดจากการละเลยข้อห้ามต่างๆเหล่านี้ อาจไม่มาก แต่หากมีการพลาดขึ้นมาไม่ว่าจะจากตัวแพทย์ผู้ฉีดหรือผู้เข้ารับการบริการเอง ดังที่จะเห็นได้จากในข่าวที่มีพริตตี้ฉีดฟิลเลอร์ แต่พลาดแล้วเกิดการฉีดเข้าไปในเส้นเลือดทำให้เกิดการเสียชีวิตก็นับว่าร้ายแรงมาก หรือแม้กระทั่งที่อันตรายน้อยที่สุดก็คือการไหลของฟิลเลอร์ที่บางรายใช้ฉีดจมูกแล้วมีการไหลไปอีกหนึ่งจุด ซึ่งแพทย์แต่ละคนจะมีวิจารญาณไม่เหมือนกัน อย่างในจุดที่บอบบางหรือเสี่ยงๆเช่นจมูก ที่อาจเสี่ยงเข้าเส้นเลือดตา ทำให้เกิดตาบอดได้

เมื่ออยู่ที่คลินิกก่อนการเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์

ผู้เข้ารับการบริการสามารถแต่งหน้ามาได้เป็นปกติเพราะเมื่อถึงเวลาหมอจะให้ล้างเครื่องสำอางเฉพาะจุดที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ หรือในกรณีที่ต้องการฉีดค่อนข้างหลายจุด แพทย์จะให้ล้างเครื่องสำอางทั้งหมด เพื่อดูว่าต้องฉีดตรงจุดใด ตรงไหนที่ต้องได้รับการแก้ไข และตรงส่วนไหนควรทำอย่างอื่น

อย่างที่หลายๆคนทราบว่าการฉีดยาชาคือที่สุดของความเจ็บ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กลัวการฉีดยาชา สามารถขอแพทย์เพื่อทาหรือแปะยาชาไว้ก่อนฉีดได้ แต่หากคุณเป็นคนที่มีอาการแพ้ยาชา ก็ต้องยอมรับนิดนึงว่าต้องฉีดอย่างเดียว อดทนสักนิด ในบางเคสที่หมอดูแล้วว่าอาจมีการเสี่ยงภาวะติดเชื้อหรืออาจมีอาการบวมมากเป็นพิเศษ แพทย์จะพิจารณาให้ทานยาห้ามเลือด หรือฉีดยาลดบวมให้ แต่ที่กล่าวไปนั้นแพทย์จะเป็นคนที่ตรวจสอบและอยู่ในดุลพินิจของแพทย์เอง แต่หากคุณกลัวเจ็บมาก ๆ แพทย์อาจให้ทานยาแก้ปวดดักไว้ก่อน แต่อย่างที่ทราบว่าการทานยาแก้ปวดจะเป็นการทำให้เลือดไม่หยุดไหล ซึ่งผู้จ่ายยาต้องเป็นแพทย์สั่งโดยตรงและแพทย์ต้องเป็นคนที่ควบคุมเอง ไม่ใช่ผู้อื่น

ดังนั้นก่อนการฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อยคุณก็ต้องมีการศึกษาข้อห้ามก่อนฉีดฟิลเลอร์ ไว้สักนิดว่าสิ่งที่กำลังจะไปทำนั้นส่งผลอะไรกับร่างกายเราบ้าง อย่าเพิ่งหน้ามืดอยากสวยจนลืมไปว่าสารต่าง ๆ ถึงแม้จะสกัดจากธรรมชาติอย่างไรก็ไม่ได้ผลิตจากร่างกายของเรา 100% ดังนั้นหากจะมีอาการแพ้ หรือมีความเสี่ยงแม้เพียงหนึ่งในร้อยคุณก็ควรระวังเอาไว้เพราะการแก้นั้นยากกว่าแน่นอน เพราะฉะนั้นควรระวังไว้ก่อนดีกว่า