มีนาคม 22, 2020 By Jesse Morrison Off

ข้อปฏิบัติหลังการฉีดฟิลเลอร์ มีอะไรบ้างที่ห้ามกิน

ในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละครั้งย่อมมีค่าใช้จ่ายมากพอสมควร ดังนั้นคุณคงไม่อยากให้ผลลัพธ์ที่ได้ต้องเสียเปล่าหลอกจริงไหม เพราะฉะนั้นเรามาดูข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์กันดีกว่า โดยเฉพาะอาหารที่ไม่ควรกิน และการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยหลังฉีด ซึ่งมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไรบ้าง

สำหรับอาหารที่ไม่ควรกินหลังจากฉีดฟิลเลอร์ ก็มีมากมายหลายอย่างด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น

1.เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์

เพราะเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์จะทำให้ผู้เข้าใช้บริการเผลอเท้าคางหรือจับในจุดที่ได้ฉีดฟิลเลอร์ไป หรือพูดง่ายๆ คือไม่มีสตินั่นเอง และแอลกอฮอล์ยังทำให้เลือดสูบฉีดจนบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์อาจมีเลือดออก หรือแดงได้ ดังนั้นอย่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด แม้ว่าจะมีแอลกอฮอล์แค่น้อยนิดก็ตาม

2.ของร้อนๆ

ไม่ว่าจะซุปร้อน ชาบู หมูกระทะ ปิ้งย่างในห้างก็ไม่ได้ เพราะการที่ต้องนั่งหน้าเตาที่ร้อนๆ นานๆ จะทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดไปนั้นละลายเร็วและอาจทำให้จุดที่ฉีดไปเสียเปล่าไม่ได้อะไรเลย หรือที่แย่กว่านั้นคือละลายเป็นบางจุดทำให้เกิดการไม่เท่ากันของใบหน้าได้

3.ของเผ็ดๆ

การทานของเผ็ดๆ ที่ทำให้เกิดอาการร้อนที่หน้านั้นจะคล้ายๆกับการทานของร้อน แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคืออาจทำให้เกิดการอักเสบได้นั่นเอง

4.ของหมักดอง

ของหมักดอง มีโซเดียมค่อนข้างมาก และสารที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว อาจเป็นตัวนำพาให้เกิดการอักเสบของจุดที่ได้ฉีดฟิลเลอร์ไปนั่นเอง เช่น พวกปลาร้า ปลาเค็ม มะม่วงดอง พวกนี้เลี่ยงได้ควรเลี่ยงแม้จะเป็นปลาร้าขวดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วก็ไม่ได้

5.ของหวานและนมวัว

การทานของหวานมากๆ นอกจากจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเบาหวานโรคอ้วน การทานหวานมากๆ และนมวัวไปด้วยจะก่อให้เกิดการอักเสบขึ้นได้

6.อาหารดิบ

หากเป็นร้านที่ได้มาตรฐานก็อาจจะไม่น่ากลัวแต่หากเป็นร้านที่ดูแล้วความสะอาดไม่ได้ ไหนจะพวกการทานเนื้อดิบ เช่นอาหารบางอย่างถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยง เพราะการทานของดิบในช่วงที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาใหม่ๆ เสี่ยงต่อการมีพยาธิที่จะทำให้เกิดการอักเสบของแผล หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

7.อาหารเสริมบางชนิด

เพราะในวิตามิน หรืออาหารเสริมบางอย่างส่งผลให้เลือดไม่หยุดไหล หรือหยุดไหลยาก ดังนั้นก่อนการฉีดฟิลเลอร์ หรือแม้กระทั่งหลังการฉีดคุณควรงดวิตามินไปก่อน และเมื่อครบกำหนดที่แพทย์สั่งค่อยกลับมากินหรืออาจถามแพทย์ที่ทำการฉีดให้คุณก็ได้ว่า สามารถทานได้หรือไม่ และยาที่เกี่ยวกับโรคเลือดต่างๆก็เช่นกันคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะทำการฉีดแต่ละครั้ง

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ส่วนต่าง ๆ

ในเมื่อฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็ม สามารถที่จะฉีดได้ทุกจุดที่มีปัญหาบนใบหน้า ไปดูกันดีกว่าเมื่อฉีดไปแล้วแต่ละจุด จะต้องมีข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์อย่างไรกันบ้าง

  1. ขมับ ในกรณีที่ขมับมีความซูบตอบ การใช้ฟิลเลอร์ เป็นตัวช่วยที่ดีทางหนึ่งเพราะ แม้คุณจะมีน้ำหนักที่ขึ้นมาแต่ขมับจะไม่ได้เพิ่มขนาดขึ้นมาด้วย ดังนั้นใบหน้าจึงไม่สมส่วนแลดูไม่ได้สัดส่วน เมื่อฉีดฟิลเลอร์เรียบร้อย ขมับจะรู้สึกตึงๆ หรือมีอาการปวด คุณสามารถทานยาแก้ปวดได้ตามอาการ และหลีกเลี่ยงการนวดคลึงในจุดที่ฉีดฟิลเลอร์เอาไว้
  2. ใต้ตา ที่นิยมทำกันมากอีกจุดหนึ่ง เพราะใต้ตาจะดำเพราะการนอนดึก หรือความเครียด ในบางครั้งจะมีถุงใต้ตาเพิ่มด้วยการใช้ฟิลเลอร์เพื่อเติมให้ใต้ตาเต่งตึงนับว่าเป็นตัวช่วยที่สาวๆ ชอบมาก เมื่อฉีดเสร็จไม่ควรขยี้ใต้ตาแรงๆ เพราะอาจเป็นการกระตุ้นให้ฟิลเลอร์กระจายตัวได้
  3. ร่องแก้ม เมื่อคุณมีร่องแก้ม ทั้งๆที่ตัวคุณอายุยังไม่เท่าไหร่ ย่อมดูไม่ดีแน่ เพราะร่องแก้มนั้นอาจจะเกิดจากการที่ใช้ใบหน้าหนัก เช่นคุณต้องพูด ยิ้มอยู่ตลอดเวลานั้นก็ทำให้เกิดร่องแก้มได้เช่นกัน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุก็เกิดจากที่ร่างกายอาจขาดคอลลาเจนด้วยความที่ต้องทำงานหนักจึงไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ฟิลเลอร์จึงสามารถช่วยคุณได้ เมื่อฉีดเสร็จแล้วสามารถทำงานได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลว่าเมื่อฉีดเสร็จจะไม่สามารถพูดคุยหรือยิ้มได้ หากแต่คุณต้องอย่าเพิ่งทานของร้อนๆ เมื่อฉีดมาใหม่ อย่างน้อยก็ควรรอสักอาทิตย์ให้ฟิลเลอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเสียก่อน
  4. ปาก เมื่อปากอวบอิ่มแบบสาวต่างชาติเข้ามามีบทบาทในความสวยของผู้หญิงไทยอย่างเราๆ จึงเกิดกระแสสาวสาย ฝ. เกิดขึ้น แต่การฉีดฟิลเลอร์แบบเดียวกับสาวต่างชาตินั้น แพทย์จะพิจารณาตามรูปหน้าจริง เพื่อความสวยที่ดูเป็นธรรมชาติ ดังนั้นเมื่อคุณฉีดมาใหม่ๆสิ่งที่ต้องปฏิบัติ คือการงดของร้อน ของเผ็ด ที่ส่งผลโดยตรงกับริมฝีปาก ประมาณ 7 วัน งดการนวดริมฝีปาก และงดทาลิปแม้ว่าจะเป็นลิปบาล์มก็ด้วย
  5. คาง สำหรับคางนั้น ใครที่ฉีดมาแล้ว สิ่งที่ต้องปฏิบัติ คือการนวด ห้ามนวดคาง เป็นเวลา ประมาณ 2 อาทิตย์ บางคนเป็นความเคยชินที่จะชอบเท้าคางเหม่อมองสิ่งต่างๆรอบตัว ห้ามเด็ดขาด เพราะอาจทำให้รูปคางเกิดเบี้ยวได้ งดความเคยชินไปก่อนสัก 2 สัปดาห์ นอกจากนี้คนที่ชอบรัดคางเพื่อหน้าวีเชฟ เมื่อฉีดฟิลเลอร์มาแล้วห้ามเอามารัดเด็ดขาด เวลานอน นอนได้ทุกท่ายกเว้นการนอนคว่ำ เพราะฟิลเลอร์ที่แท้จะไม่มีการไหลผิดรูปไม่ว่าจะนอนตะแคง หากมีอาการปวดบวมหรือตึงผู้เข้าใช้บริการสามารถทานยาแก้ปวดได้ตามอาการ

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ที่ต้องรู้

ได้รู้ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์กันไปแล้ว ทีนี้มาดูคำแนะนำในการดูแลตัวเองกันบ้าง ซึ่งหากคุณทำตามคำแนะนำเหล่านี้ จะช่วยให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีจากการฉีดแน่นอน

  1. ไม่นอนราบ คุณอาจต้องนอนโดยการเอาหมอนพิงหลังไว้หลังการทำสัก 3-4 ชั่วโมง แค่ช่วงหลังฉีดใหม่ๆเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องนอนแบบนี้ไปตลอด เพราะฟิลเลอร์แท้จะไม่มีการไหลไปที่อื่น แต่เพื่อความชัวร์ควรนอนราบไว้ก่อนดีกว่า
  2. ห้ามออกกำลังหลังฉีด 48 ชั่วโมง สาวๆ สายเฮลตี้ต้องอดทนสักนิด เพราะการออกกำลังกายทันทีที่ฉีดฟิลเลอร์เสร็จ จะทำให้เกิดการสูบฉีดของเลือด ทำให้เลือดไปปะปนกับฟิลเลอร์ แล้วทำให้เกิดรอยแดงบริเวณนั้นได้
  3. ห้ามถูหน้าแรง เพราะฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มให้ใบหน้า ฉะนั้นการถูหน้าแรงๆ อาจกลายเป็นการนวดหน้าเพื่อเคลื่อนย้ายตัวฟิลเลอร์ได้ ถึงแม้จะเป็นฟิลเลอร์แท้ก็เถอะ ตัวฟิลเลอร์ไม่มีการไหลไปได้ด้วยตัวเอง แต่หากเป็นคุณที่ถูหน้าก็เสมือนคุณกำลังดันเจ้าฟิลเลอร์ไปตามจุดต่างๆด้วยตัวเอง ใบหน้าก็อาจจะผิดรูปได้นะ
  4. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำวันละ12 แก้ว ในช่วง 4 วันแรกที่ฉีดฟิลเลอร์มา จะเป็นการช่วยให้ใบหน้าแลดูเป็นธรรมชาติ เพราะการดื่มน้ำที่เพียงพอ จะเป็นการช่วยเติมเต็มฟิลเลอร์ให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง
  5. เลี่ยงความร้อน เพราะความร้อนจะเป็นตัวที่ช่วยละลายฟิลเลอร์ให้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนั่งหน้าเตาในห้างก็ไม่สมควร เพราะไอร้อนตรงหน้าจะเป็นการทำละลายให้เราโดยปริยาย ดังนั้นไม่ว่าจะอยากทานแค่ไหนคุณก็ต้องรอให้ครบกำหนดตามที่หมอสั่งเสียก่อน มิฉะนั้นอาจได้ฉีดรอบสองเร็วกว่ากำหนดได้นะ

เป็นอย่างไรบ้างกับอาหารบางรายการ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าห้ามกินตลอดไป แต่เพียงแต่ละอย่างมีข้อกำหนด ตามที่แพทย์แนะนำ ซึ่งหากคุณไม่อยากที่จะเสียเงินสองต่อ ให้การฉีดฟิลเลอร์ซ้ำในเวลาไล่เลี่ยกันละก็ สิ่งที่แพทย์ห้ามคุณก็อย่าได้ฝ่าฝืน เพื่อความสวยของตัวคุณเอง